Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย อันเป็นการเถียงสิทธิครอบครอง เป็นคดีมีทุนทรัพย์ การพิจารณาว่าคดีจะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องถือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีราคาไม่เกินสองแสนบาท คดีย่อมต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคหนึ่ง โดยไม่มีข้อที่ต้องพิจารณาว่าที่ดินดังกล่าวอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 84 ตำบลแชแล อำเภอกุมภาปีจังหวัดอุดรธานี ระบุเนื้อที่ 26 ไร่ เนื้อที่จริงประมาณ 45 ไร่มีชื่อนางใส สุขวาปีเป็นผู้แจ้งการครอบครอง โจทก์ทั้งสามเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงนี้ส่วนหนึ่ง โจทก์ทั้งสามได้แยกครอบครองเป็นสัดส่วนคนละประมาณ 9 ไร่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ใช้หรือวานให้จำเลยที่ 3 รื้อถอนเสาไม้อันเป็นเสาปักเขตแดนที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามได้ทำขึ้น แล้วจำเลยทั้งสี่เข้าครอบครองทำกินในที่ดินส่วนของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 โจทก์ทั้งสามห้ามปราม จำเลยทั้งสี่ไม่เชื่อสำหรับที่ดินส่วนของโจทก์ที่ 1 นั้น จำเลยที่ 5 ได้เข้าครอบครองทำกินในเวลาไล่เลี่ยกันโจทก์ทั้งสามห้ามปรามจำเลยที่ 5 ไม่เชื่อการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเป็นราคาผลผลิตทางเกษตรที่ควรจะได้เป็นเงินคนละ 4,500 บาท

ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองเลขที่ 84 ตำบลแชแล อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และตามแผนที่สังเขป ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ตามลำดับ ห้ามจำเลยทั้งห้าเข้ายุ่งเกี่ยว ให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าเสียหาย 4,500 บาทแก่โจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2และที่ 3 เป็นเงินคนละ 4,500 บาทจำเลยทั้งห้าให้การว่า โจทก์ทั้งสามมิได้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่พิพาท เพราะนางใสเจ้าของที่ดินทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้แก่นางมนมารดาของจำเลยที่ 2 ที่ 4 แล้ว และนางมนได้ครอบครองที่ดินแต่เพียงผู้เดียวมาตลอดจนกระทั่งเสียชีวิตจำเลยที่ 2 ที่ 4 จึงได้ครอบครองที่ดิน ต่อมาร่วมกับจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 5 ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และได้ครอบครองเป็นเวลานับ 10 ปีแล้ว

โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งห้าและค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องไม่เป็นความจริงขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 84 ตำบลแชแล อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีส่วนที่ระบุว่าเป็นของโจทก์ทั้งสาม ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.2โจทก์ทั้งสามมีสิทธิครอบครองห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ที่ 3 เป็นเงินคนละ4,500 บาท ให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน4,500 บาทจำเลยทั้งห้าฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยทั้งห้าฎีกาความว่าพยานหลักฐานของจำเลยทั้งห้ามีน้ำหนักขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่ของโจทก์ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แต่เนื่องจากราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีเพียง13,500 บาท ซึ่งไม่เกิน 200,000 บาท

ไม่ปรากฏว่าผู้พิพากษาได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นก็ดี ในศาลอุทธรณ์ก็ดีได้รับรองไว้หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นชอบแล้วแต่ส่วนที่กล่าวว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 27 ไร่ ขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะเมื่อเป็นคดีมีทุนทรัพย์แล้วข้อพิจารณาว่าคดีจะต้องห้ามฎีกาหรือไม่ ต้องถือตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง เมื่อทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาว่าจะอาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 10,000 บาท หรือไม่ฎีกาของจำเลยทั้งห้าจึงไม่เข้ากรณีที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งห้า

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์ผล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้