Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56241)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ประการแรกและประการที่ 2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงไปสู่ข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาประการที่ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมทั้งหกเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่และคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งหกต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 232 แผ่นที่ 2,277 แผ่นที่ 2 ที่ 3,279 แผ่นที่ 2, 286 แผ่นที่ 3 ที่ 5,287 แผ่นที่ 2) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือนจำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกคนละ 28 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ที่แก้ไขแล้วเพียง 6 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษคงจำคุกจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้คนละ 24 เดือน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 261) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 263)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ ผู้เสียหายยอมเสียเงินให้จำเลยเพื่อฝากงานให้แก่พวกของผู้เสียหาย เท่ากับผู้เสียหายรู้ว่าเพื่อให้ผู้ใหญ่กระทำหรือไม่กระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ ถือว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้นแต่ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง อันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องการถูกหลอกลวงก่อนที่จะมาทวงเงิน เท่ากับจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงเรื่องโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องถูกหลอกลวงเมื่อใด ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1013/2536พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายทวี ยมวรรณ กับพวกโจทก์นายมานิตย์ มีแสงนิล กับพวกจำเลยนายมานิตย์ มีแสงนิล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ประการแรกและประการที่ 2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงไปสู่ข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาประการที่ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา

จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมทั้งหกเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่และคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งหกต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 232 แผ่นที่ 2,277 แผ่นที่ 2 ที่ 3,279 แผ่นที่ 2, 286 แผ่นที่ 3 ที่ 5,287 แผ่นที่ 2) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือนจำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกคนละ 28 เดือน ฯลฯ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ที่แก้ไขแล้วเพียง 6 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษคงจำคุกจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้คนละ 24 เดือน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 261) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 263)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ ผู้เสียหายยอมเสียเงินให้จำเลยเพื่อฝากงานให้แก่พวกของผู้เสียหาย เท่ากับผู้เสียหายรู้ว่าเพื่อให้ผู้ใหญ่กระทำหรือไม่กระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ ถือว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้นแต่ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง อันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องการถูกหลอกลวงก่อนที่จะมาทวงเงิน

เท่ากับจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงเรื่องโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องถูกหลอกลวงเมื่อใด ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้