Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56228)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขฎีกาจำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้ชำระเงินจำนวน293,745 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้ และงานรับเหมาในคดีนี้เป็นงานเดียวเท่านั้น แต่โจทก์กลับมาฟ้องเป็นสองคดีในเวลาเดียวกัน เมื่อศาลพิพากษา ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสองคดีจึงไม่เป็นธรรมแก่จำเลย และ เป็นฟ้องซ้ำซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน85,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 85,600 บาท นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 69,68) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณี จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247 จึงให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน ต่อมา จำเลยทั้งสองแถลงขอถือเอาเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาล ในขณะยื่นฎีกา และหนังสือค้ำประกันที่วางไว้ต่อศาล ในชั้นทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกันตาม คำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา(อันดับ 71,72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า มูลกรณีของคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้แล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 15863/2532โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องอีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วว่าคดีดังกล่าว โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าซ่อมผิวจราจร 3 แห่งเป็นเงิน 85,600 บาท โดยอาศัยสัญญาจ้างเหมาลงวันที่6 ตุลาคม 2531 ตามเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งมูลกรณีเกิดขึ้นหลังคดีนี้ มูลกรณีของคดีดังกล่าวกับคดีนี้เป็นคนละเรื่องมิได้ซ้อนกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงต่างจาก ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเมื่อทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาของคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว และเมื่อฎีกาของจำเลยตกไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยก็ชอบแล้วดุจกัน ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 977/2536นายปราโมทย์ ลักษณพรหมโจทก์บริษัทเทพโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทเทพโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสัจจา เจนธรรมนุกูล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขฎีกาจำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้ชำระเงินจำนวน293,745 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้ และงานรับเหมาในคดีนี้เป็นงานเดียวเท่านั้น แต่โจทก์กลับมาฟ้องเป็นสองคดีในเวลาเดียวกัน เมื่อศาลพิพากษา ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสองคดีจึงไม่เป็นธรรมแก่จำเลย และ เป็นฟ้องซ้ำซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน85,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 85,600 บาท นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 69,68) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณี จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247 จึงให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน ต่อมา จำเลยทั้งสองแถลงขอถือเอาเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาล ในขณะยื่นฎีกา และหนังสือค้ำประกันที่วางไว้ต่อศาล ในชั้นทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกันตาม คำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา(อันดับ 71,72) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า มูลกรณีของคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้แล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 15863/2532โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องอีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วว่าคดีดังกล่าว โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าซ่อมผิวจราจร 3 แห่งเป็นเงิน 85,600 บาท โดยอาศัยสัญญาจ้างเหมาลงวันที่6 ตุลาคม 2531 ตามเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งมูลกรณีเกิดขึ้นหลังคดีนี้ มูลกรณีของคดีดังกล่าวกับคดีนี้เป็นคนละเรื่องมิได้ซ้อนกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงต่างจาก ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเมื่อทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาของคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว และเมื่อฎีกาของจำเลยตกไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยก็ชอบแล้วดุจกัน ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้