Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56216)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาว่า ศาลฎีกา (ที่ถูกควรเป็นศาลอุทธรณ์)มีคำสั่งลงมาแล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยไม่ได้รับการรับรองให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีไม่รับรองฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบกับมาตรา 83 ให้วางโทษจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80,79 และ 83)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำผิด หรือไม่ก็ดี ผู้เสียหายรู้เรื่องกระทำผิดเมื่อใดก็ดี เป็นฎีกา ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 930/2536พนักงานอัยการกองคดีศาลแขวงดุสิตโจทก์นายเสนีย์ อินเอกจำเลยนายอธิปัตย์ อัศวพัฒน์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในฎีกาว่า ศาลฎีกา (ที่ถูกควรเป็นศาลอุทธรณ์)มีคำสั่งลงมาแล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยไม่ได้รับการรับรองให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีไม่รับรองฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลย

ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบกับมาตรา 83 ให้วางโทษจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80,79 และ 83)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำผิด หรือไม่ก็ดี ผู้เสียหายรู้เรื่องกระทำผิดเมื่อใดก็ดี เป็นฎีกา ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2549

การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี ริบของกลางและให้จำเลยใช้เงินจำนวน 8,770,000 บาท แก่โจทก์ร่วม เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56349)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการ ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ปัญหาข้อกฎหมายไม่ ซึ่งต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า การ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56271)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาดุลพินิจในการวางโทษ จึงเป็นฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2556/2536

เมื่อ คกช.ตำบลวินิจฉัยตามข้อตกลงระหว่างโจทก์ผู้เช่านากับจำเลยที่ 2 ผู้รับโอนที่ดินจากผู้ให้เช่านา โดยให้จำเลยที่ 2 ขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โจทก์จึงนำคดีมาสู่ศาลขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ขายที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57087)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาข้อเท็จจริงของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้