Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่สามารถส่งมอบครุภัณฑ์ตามสัญญาซื้อขายให้แก่โจทก์ จึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญามายังโจทก์ โจทก์มีหนังสือตอบไปว่า(โจทก์เท่านั้นที่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา)หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาโจทก์ขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญา จำเลยมีหนังสือตอบโจทก์ว่ายินดีให้โจทก์ดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญาโจทก์จึงได้มีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.36 มายังจำเลยว่าโจทก์จะดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญาต่อไป หนังสือตามเอกสารหมาย จ.36 มิใช่หนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลย ต่อมาเมื่อโจทก์เรียกประกวดราคาใหม่แล้วจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลย ดังนี้ ต้องถือเอาวันบอกเลิกสัญญาตามที่ปรากฏในหนังสือบอกเลิกสัญญาฉบับหลัง โจทก์อ้างสำเนาภาพถ่ายเอกสารซึ่งต้นฉบับอยู่ในความครอบครองของทางราชการ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับห้าของทางราชการดังกล่าวรับรองความถูกต้องแห่งสำเนาภาพถ่ายเอกสารนั้น สำเนาภาพถ่ายเอกสารนั้นรับฟังเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(3)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ยี่ห้อไวค์แฮมฟาร์แรนซ์กับโจทก์ ๕ รายการ มีข้อสัญญาว่าถ้าไม่ส่งมอบสิ่งของที่ขายผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาริบหลักประกันได้ และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นภายในกำหนด๓ เดือนนับแต่วันบอกเลิกสัญญา ผู้ขายต้องรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น ต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่ส่งมอบครุภัณฑ์ตามสัญญา โจทก์จึงได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ และจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าวจากผู้อื่นสูงกว่าที่ตกลงซื้อจากจำเลยที่ ๑ ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินตามราคาที่สูงขึ้นแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและว่าโจทก์มิได้ประกาศเรียกประกวดราคาจัดซื้อครุภัณฑ์ภายในกำหนด ๓ เดือน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้าฎีกาว่าโจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญามายังจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๑ ตามเอกสารหมาย จ.๓๖ จึงถือว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เลิกแล้วต่อกันในวันนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจพิจารณาข้อความในเอกสารหมาย จ.๓๖ โดยตลอดแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถส่งมอบครุภัณฑ์ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๒๒ ถึง จ.๒๖ ให้แก่โจทก์ได้ จำเลยที่ ๑ จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญามายังโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๒๙ ถึง จ.๓๓ โจทก์มีหนังสือตอบมาถึงจำเลยที่ ๑ ว่าการบอกเลิกสัญญาเป็นสิทธิของผู้ซื้อฝ่ายเดียว หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาดังกล่าว โจทก์ขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญาข้อ ๘ ฯลฯ ตามเอกสารหมาย

จ.๓๔ เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับหนังสือดังกล่าวของโจทก์แล้ว จึงได้มีหนังสือตอบมายังโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ยินดีจะให้โจทก์ดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญาข้อ ๘ และให้โจทก์แจ้งผลการพิจารณาให้จำเลยที่ ๑ ทราบด้วย ตามเอกสารหมาย จ.๓๕ โจทก์จึงได้มีหนังสือเอกสารหมาย จ.๓๖ มายังจำเลยที่ ๑แจ้งให้ทราบว่าโจทก์จะดำเนินการตามเงื่อนไขแห่งสัญญาต่อไป ซึ่งหมายความว่าโจทก์จะได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ ต่อไป เพื่อจะใช้สิทธิตามเงื่อนไขในสัญญาข้อ ๘ กล่าวคือริบหลักประกัน หรือเรียกร้องจากธนาคารตามหนังสือรับรองข้อ ๗ แล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควร และถ้าโจทก์จัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นภายในกำหนด ๓ เดือนนับแต่วันบอกเลิกสัญญา จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นดังนี้เห็นว่าหนังสือตามเอกสารหมาย

จ.๓๖ ที่โจทก์มีไปยังจำเลยที่ ๑ นั้น มิใช่หนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ แล้วตั้งแต่วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๑ ดังที่จำเลยที่ ๑ กล่าวอ้าง นอกจากนี้ยังปรากฏจากบันทึกข้อความของส่วนราชการของโจทก์ ที่ ค๗๐๗/๒๑ ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๒๑ ตามเอกสารหมาย จ.๓๗ มีใจความว่า "ฯลฯ เนื่องจากห้างฯ (จำเลยที่ ๑) ไม่อาจปฏิบัติตามสัญญา และใคร่ขอยกเลิกสัญญาซื้อขายทั้งห้ารายการจึงเห็นสมควรให้ดำเนินการประกวดราคาจัดซื้อ เพื่อหาผู้ขายรายต่อไปเสียก่อนที่จะบอกเลิกสัญญา ทั้งนี้เพื่อจะได้ดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ ๘ แห่งสัญญากับห้างฯ (จำเลยที่ ๑) ต่อไป ฯลฯ" จากบันทึกข้อความดังกล่าวนี้แสดงว่าในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๒๑ โจทก์ยังมิได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด

โจทก์เพิ่งมีหนังสือบอกเลิกสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์เอกสารหมาย จ.๒๓ ถึง จ.๒๖ แก่จำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ ปรากฏตามหนังสือบอกเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.๕๗ จ.๖๗ จ.๗๕ จ.๘๑ และมีหนังสือบอกเลิกสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์เอกสารหมาย จ.๒๒ แก่จำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๓๐มีนาคม ๒๕๒๒ ปรากฏตามหนังสือบอกเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.๔๘ แล้วโจทก์มาทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ตามฟ้องทั้งห้ารายการกับบริษัทรีเสิร์ชอิควิปเม้นต์ จำกัดเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๒ ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๕๐ จ.๘๙ ถึง จ.๙๒ยังไม่พ้นกำหนด ๓ เดือนนับแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ และวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๒ อันเป็นวันบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นจำเลยที่ ๑ ย่อมต้องรับผิดชดใช้ราคาครุภัณฑ์ส่วนที่เพิ่มขึ้นจากที่ทำสัญญาไว้กับโจทก์ ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาข้อ ๘ จำเลยที่ ๒ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ผู้เป็นหุ้นส่วน จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ด้วยตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๒๕ ส่วนปัญหาข้อสุดท้ายที่ว่า

การที่โจทก์ส่งแต่สำเนาเอกสารเป็นพยานจะรับฟังได้หรือไม่นั้น ปรากฏว่าเอกสารที่โจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ เป็นสำเนาภาพถ่ายของเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาล จึงถือว่าเป็นสำเนาเอกสารที่ต้นฉบับเอกสารอยู่ในความอารักขาหรือในความควบคุมของทางราชการ และนายภิญญู ดำพิทักษ์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับห้าของวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารเหล่านี้แล้ว ดังนั้น สำเนาภาพถ่ายเอกสารที่โจทก์อ้างส่งศาลดังกล่าวจึงถือว่าเป็นอันเพียงพอในการที่จะนำมาแสดงต่อศาลได้ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓(๓) ศาลย่อมรับฟังสำเนาภาพถ่ายแทนต้นฉบับเอกสารได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสียง ตรีวิมล
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้