Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56146)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 4 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิใช่สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพที่จำเลยควรจะได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้นสมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,91 ที่แก้ไขแล้วรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงตามฟ้องโจทก์ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยสองกระทง กระทงละ 4 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนข้อฎีกาที่จำเลยอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ในชั้นสอบสวนและชั้นศาลย่อมเป็นเหตุบรรเทาโทษศาลควร ลดโทษให้แก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เห็นว่าเป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน และที่จำเลยฎีกา ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเมื่อเดือนตุลาคม 2532 และต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2533 จำเลยได้กระทำชำเรา ผู้เสียหายอีก เป็นการกระทำผิดต่อเนื่องจากเจตนาเดิม จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว ศาลควรลงโทษจำเลยเพียง กรรมเดียวนั้น เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่เป็นสาระ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 365/2536พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายจุ๋มหรือพระภิกษุจุ๋ม เพ็งพิพัฒน์จำเลยนายจุ๋มหรือพระภิกษุจุ๋ม เพ็งพิพัฒน์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 4 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิใช่สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพที่จำเลยควรจะได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้นสมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,91 ที่แก้ไขแล้วรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงตามฟ้องโจทก์ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยสองกระทง กระทงละ 4 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนข้อฎีกาที่จำเลยอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น

พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ในชั้นสอบสวนและชั้นศาลย่อมเป็นเหตุบรรเทาโทษศาลควร ลดโทษให้แก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เห็นว่าเป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน และที่จำเลยฎีกา ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเมื่อเดือนตุลาคม 2532 และต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2533 จำเลยได้กระทำชำเรา ผู้เสียหายอีก เป็นการกระทำผิดต่อเนื่องจากเจตนาเดิม จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว ศาลควรลงโทษจำเลยเพียง กรรมเดียวนั้น เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่เป็นสาระ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้