Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56141)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้โจทก์ได้นำคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองมายื่นที่ศาลชั้นต้นเมื่อ วันที่ 29 กรกฎาคม 2535 เลยเวลาราชการประมาณ 10 นาทีซึ่งในวันดังกล่าวฝนตกหนักการจราจรติดขัด โดยทนายโจทก์ติดว่าความอยู่ที่ศาลแพ่งคดีเสร็จการพิจารณาประมาณ 11 นาฬิกาเศษ เวลาประมาณ 16.00 นาฬิกาเศษ ทนายโจทก์ได้โทรศัพท์ แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นว่าประสงค์จะนำคำแก้ฎีกา พร้อมคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับมายื่น เจ้าหน้าที่ศาล รับทราบและตกลงจะรอทนายโจทก์เมื่อทนายโจทก์มาถึงศาลชั้นต้น เวลาประมาณ 16.40 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าเลย เวลาราชการแล้วไม่อาจนำเสนอเพื่อให้ศาลชั้นต้นสั่งรับคำแก้ฎีกาได้ การที่โจทก์นำคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านคำร้องขอทุเลาการบังคับมายื่นเลยเวลาดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยไม่อาจก้าวล่วงได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดรับคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 110 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน12,079,312.13 บาท และเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 8,126,607.35 บาทนับแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2531ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 640,000 บาท และเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 ถึงวันฟ้องและในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง ไปจนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้นำที่ดินที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมา ชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาอย่างคนอนาถา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ (อันดับ 102.1 แผ่นที่ 5 ที่ 1 และที่ 4)ทนายโจทก์ได้รับสำเนาฎีกาและสำเนาคำร้องขอทุเลา การบังคับ โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2535(อันดับ 104 แผ่นที่ 2)โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 พร้อมคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ เนื่องจากยื่นเกินเวลาราชการ แต่ให้ถือว่าคำแก้ฎีกาเป็น คำแถลงการณ์ (อันดับ 106 แผ่นที่ 2 และที่ 1)โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วให้ส่งศาลฎีกาสั่ง (อันดับ 107,115)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนได้ความว่า ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 เวลา 12-13 นาฬิกา มีฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร เส้นทางจราจรติดขัด ตอนเข้าทนายโจทก์ติดว่าความที่ศาลแพ่ง ตอนบ่ายเวลา 16 นาฬิกาเศษทนายโจทก์ได้โทรศัพท์แจ้งเหตุขัดข้อง ให้เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นทราบ และเดินทางมาถึงศาลชั้นต้นเวลา ประมาณ 16.40 นาฬิกา ถือได้ว่า เป็นกรณีมีพฤติการณ์ พิเศษ และทนายโจทก์มายื่นคำแก้ฎีกาและคำคัดค้าน การขอทุเลาการบังคับช้าไป 10 นาที เพราะมีเหตุสุดวิสัย จึงให้รับคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 296/2536ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์นายชาญ ธีระสถิตย์ชัย กับพวกจำเลยธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 237ความว่า คดีนี้โจทก์ได้นำคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองมายื่นที่ศาลชั้นต้นเมื่อ วันที่ 29 กรกฎาคม 2535 เลยเวลาราชการประมาณ 10 นาทีซึ่งในวันดังกล่าวฝนตกหนักการจราจรติดขัด โดยทนายโจทก์ติดว่าความอยู่ที่ศาลแพ่งคดีเสร็จการพิจารณาประมาณ 11 นาฬิกาเศษ เวลาประมาณ 16.00 นาฬิกาเศษ ทนายโจทก์ได้โทรศัพท์ แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นว่าประสงค์จะนำคำแก้ฎีกา พร้อมคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับมายื่น เจ้าหน้าที่ศาล

รับทราบและตกลงจะรอทนายโจทก์เมื่อทนายโจทก์มาถึงศาลชั้นต้น เวลาประมาณ 16.40 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าเลย เวลาราชการแล้วไม่อาจนำเสนอเพื่อให้ศาลชั้นต้นสั่งรับคำแก้ฎีกาได้ การที่โจทก์นำคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านคำร้องขอทุเลาการบังคับมายื่นเลยเวลาดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยไม่อาจก้าวล่วงได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดรับคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 110 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน12,079,312.13 บาท และเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 8,126,607.35 บาทนับแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2531ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 640,000 บาท และเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 ถึงวันฟ้องและในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง ไปจนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้นำที่ดินที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมา ชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาอย่างคนอนาถา

พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ (อันดับ 102.1 แผ่นที่ 5 ที่ 1 และที่ 4)ทนายโจทก์ได้รับสำเนาฎีกาและสำเนาคำร้องขอทุเลา การบังคับ โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2535(อันดับ 104 แผ่นที่ 2)โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 พร้อมคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ เนื่องจากยื่นเกินเวลาราชการ แต่ให้ถือว่าคำแก้ฎีกาเป็น คำแถลงการณ์ (อันดับ 106 แผ่นที่ 2 และที่ 1)โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วให้ส่งศาลฎีกาสั่ง (อันดับ 107,115)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนได้ความว่า ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 เวลา 12-13 นาฬิกา มีฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร เส้นทางจราจรติดขัด ตอนเข้าทนายโจทก์ติดว่าความที่ศาลแพ่ง ตอนบ่ายเวลา 16 นาฬิกาเศษทนายโจทก์ได้โทรศัพท์แจ้งเหตุขัดข้อง ให้เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นทราบ และเดินทางมาถึงศาลชั้นต้นเวลา ประมาณ 16.40 นาฬิกา ถือได้ว่า เป็นกรณีมีพฤติการณ์ พิเศษ และทนายโจทก์มายื่นคำแก้ฎีกาและคำคัดค้าน การขอทุเลาการบังคับช้าไป 10 นาที เพราะมีเหตุสุดวิสัย จึงให้รับคำแก้ฎีกาและคำคัดค้านการขอทุเลาการบังคับของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · สังเวียน รัตนมุง · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568

การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1458การแสดงความยินยอมนั้นจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้