Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56138)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งขอให้กลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ โดยอนุญาตให้จำเลยนำค่าธรรมเนียม มาวางศาล และให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ครบกำหนดเวลาที่ขยายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2535 ตรงกับวันอาทิตย์ จำเลยทั้งสอง มีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2535 แต่ไม่ยื่น ฎีกาคำสั่งภายในกำหนด จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ที่จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาคำสั่ง ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2535 ซึ่งล่วงเลยกำหนดเวลา ก็เพราะสำคัญผิดว่าวันครบกำหนดฎีกาคำสั่งคือวันที่ 9 พฤศจิกายน 2535 เป็นการสำคัญผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โปรดรับฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 129)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและตามสัญญาขายลดเช็ค พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดหากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาพร้อมอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออนาถา ถึงวันนัดไต่สวนจำเลยทั้งสอง ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยทั้งสองไม่มีพยานมาสืบ จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองยังติดใจที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะไม่รับอุทธรณ์แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทราบ (อันดับ 90,92,102) ต่อมาในวันที่ 29 มีนาคม 2534เจ้าพนักงานศาลรายงานว่า จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งศาลแล้วบัดนี้เลยกำหนดระยะเวลาแล้วจำเลยทั้งสองไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาล (อันดับ 106) ต่อมาศาลชั้นต้น มีคำสั่งลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 ให้แจ้งคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองทราบ (อันดับ 109 แผ่นที่ 2,92 แผ่นที่ 1)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งลงวันที่9 มิถุนายน 2535 ว่าจำเลยทั้งสองย้ายภูมิลำเนาจึงไม่ทราบวันนัดฟังคำสั่งศาลชั้นต้น และยังประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่ง จึงขอวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอให้ศาลรับอุทธรณ์ ไว้พิจารณา (อันดับ 114 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 118)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2535 และอนุญาตให้จำเลยทั้งสองขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาคำสั่งออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดฎีกา คำสั่ง (อันดับ 119,121)จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาคำสั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2535 ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งดังกล่าว โดยให้จำเลยทั้งสองมาทราบคำสั่งในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2535เป็นคำร้องนี้ (อันดับ 126)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้แล้ว จำเลยทั้งสอง จะอ้างว่าสำคัญผิดเกี่ยวกับวันครบกำหนดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อันเป็นเหตุให้ยื่นฎีกาไม่พ้นนั้นหาได้ไม่ ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 283/2536ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์นางอิงครัตน์ สมุทรโคจร กับพวกจำเลยนางอิงครัตน์ สมุทรโคจร ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายมนัส สมุทรโคจร ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งขอให้กลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ โดยอนุญาตให้จำเลยนำค่าธรรมเนียม มาวางศาล และให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ครบกำหนดเวลาที่ขยายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2535 ตรงกับวันอาทิตย์ จำเลยทั้งสอง มีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2535 แต่ไม่ยื่น ฎีกาคำสั่งภายในกำหนด จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ที่จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาคำสั่ง ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2535 ซึ่งล่วงเลยกำหนดเวลา ก็เพราะสำคัญผิดว่าวันครบกำหนดฎีกาคำสั่งคือวันที่ 9 พฤศจิกายน 2535 เป็นการสำคัญผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โปรดรับฎีกาคำสั่งของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 129)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง

ร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและตามสัญญาขายลดเช็ค พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดหากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาพร้อมอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออนาถา ถึงวันนัดไต่สวนจำเลยทั้งสอง ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยทั้งสองไม่มีพยานมาสืบ จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองยังติดใจที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะไม่รับอุทธรณ์แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทราบ (อันดับ 90,92,102) ต่อมาในวันที่ 29 มีนาคม 2534เจ้าพนักงานศาลรายงานว่า

จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งศาลแล้วบัดนี้เลยกำหนดระยะเวลาแล้วจำเลยทั้งสองไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาล (อันดับ 106) ต่อมาศาลชั้นต้น มีคำสั่งลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 ให้แจ้งคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองทราบ (อันดับ 109 แผ่นที่ 2,92 แผ่นที่ 1)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งลงวันที่9 มิถุนายน 2535 ว่าจำเลยทั้งสองย้ายภูมิลำเนาจึงไม่ทราบวันนัดฟังคำสั่งศาลชั้นต้น และยังประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่ง จึงขอวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอให้ศาลรับอุทธรณ์ ไว้พิจารณา (อันดับ 114 แผ่นที่ 3)ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 118)ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2535 และอนุญาตให้จำเลยทั้งสองขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาคำสั่งออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดฎีกา คำสั่ง (อันดับ 119,121)

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาคำสั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2535 ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งดังกล่าว โดยให้จำเลยทั้งสองมาทราบคำสั่งในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว (อันดับ 124)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2535เป็นคำร้องนี้ (อันดับ 126)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้แล้ว จำเลยทั้งสอง จะอ้างว่าสำคัญผิดเกี่ยวกับวันครบกำหนดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อันเป็นเหตุให้ยื่นฎีกาไม่พ้นนั้นหาได้ไม่ ที่ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เริงธรรม ลัดพลี · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 704041)

คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคย่อมเป็นที่สุด ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 49 วรรคสอง แต่คู่ความอาจขออนุญาตฎีกาได้ โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาพร้อมกับคำฟ้องฎีก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713892)

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ยื่นภายหลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706445)

การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา และขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้น แล้วให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้