Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56101)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา และสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวและมีคำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วย หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 4) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์รวม 4 รายการเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ในฐานะผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาต ให้เข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ ขอให้ศาลดำเนินคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 170,165 แผ่นที่ 6) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องฎีกาข้อ 2 ว่า ผู้พิพากษาที่ ไม่ใช่เจ้าของสำนวนเป็นผู้ทำคำสั่งคดีนี้เป็นการไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนั้น ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ลงชื่อเป็นองค์คณะ ในคำสั่งต่างได้นั่งพิจารณาคดีนี้มาแล้ว ฎีกาข้อนี้ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามท้องสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ผู้ร้องฎีกาข้อ 3 ว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัย เรื่องที่ผู้คัดค้านเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาด ในเรื่องดังกล่าวเสียก่อน จึงไม่ชอบนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ในคำพิพากษาแล้ว เท่ากับเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ผู้ร้องฎีกาข้อ 4 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ถอนการบังคับคดีทรัพย์ที่ยึดจึงตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงไม่ชอบนั้น ปัญหาที่ว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์ อย่างใดหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอุทธรณ์ โดยไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ฎีกาข้อนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกันที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 8/2536นายสุรกิจ งามวัฒนาเจริญโจทก์บริษัทฮิมพาเลซ จำกัดผู้ร้องบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัดผู้คัดค้านบริษัทนครสวรรค์โรงแรมนครอินทร์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทฮิมพาเลซ จำกัด ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา และสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวและมีคำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วย หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 4) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์รวม 4 รายการเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ในฐานะผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาต ให้เข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ ขอให้ศาลดำเนินคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 170,165 แผ่นที่ 6) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ผู้ร้องฎีกาข้อ 2 ว่า ผู้พิพากษาที่ ไม่ใช่เจ้าของสำนวนเป็นผู้ทำคำสั่งคดีนี้เป็นการไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนั้น ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ลงชื่อเป็นองค์คณะ ในคำสั่งต่างได้นั่งพิจารณาคดีนี้มาแล้ว ฎีกาข้อนี้ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามท้องสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ผู้ร้องฎีกาข้อ 3 ว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัย เรื่องที่ผู้คัดค้านเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาด ในเรื่องดังกล่าวเสียก่อน จึงไม่ชอบนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ในคำพิพากษาแล้ว เท่ากับเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

ผู้ร้องฎีกาข้อ 4 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ถอนการบังคับคดีทรัพย์ที่ยึดจึงตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงไม่ชอบนั้น ปัญหาที่ว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์ อย่างใดหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอุทธรณ์ โดยไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ฎีกาข้อนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกันที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้