Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2542 (เลขอ้างอิง 56097)

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่ง ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าฤชาธรรมเนียม ทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกัน ให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาวางเงินหรือขยายระยะเวลาวางเงินหรือหาประกันอีกเป็นครั้งที่ 3แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและเมื่อครบกำหนดขยายระยะเวลาวางเงิน ครั้งที่ 2 จำเลยที่ 2 มิได้วางเงินหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลชั้นต้น กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ไม่ติดใจที่จะยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งฉบับดังกล่าวอีกต่อไปคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน หรือแทนกันชำระเงินจำนวน 85,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่ง ไม่รับฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าฤชาธรรมเนียม ทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกัน ให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาวางเงินหรือขยายระยะเวลาวางเงินหรือหาประกันอีกเป็นครั้งที่ 3แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและเมื่อครบกำหนดขยายระยะเวลาวางเงิน ครั้งที่ 2 จำเลยที่ 2 มิได้วางเงินหรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลชั้นต้น กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ไม่ติดใจที่จะยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งฉบับดังกล่าวอีกต่อไปคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน หรือแทนกันชำระเงินจำนวน 85,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 130,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาฉบับนี้เป็นฎีกาโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายจำนวน 130,000 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าการกระทำของโจทก์ที่ปล่อยให้จำเลยที่ 1 นำรถบดดินที่มีน้ำหนักมากบดอัดดินตามที่โจทก์ควบคุมดูแล โดยมิได้ทักท้วง ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระควรได้รับคำวินิจฉัยจากศาลฎีกา และมิได้เป็นฎีกาโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ตามที่

ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งรับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษามาวางหรือหาประกันต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2541 จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาวางเงิน 2 ครั้ง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาวางเงินเป็นครั้งที่สาม ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีเป็นเรื่อง ที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาวางเงินหรือหาประกัน 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นอนุญาตครบกำหนดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 จำเลยยื่นคำร้องขยายระยะเวลาวางเงิน หรือหาประกันอีกเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2542 แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและเมื่อครบกำหนดขยายระยะเวลาวางเงิน ครั้งที่ 2 จำเลยที่ 2 มิได้วางเงินหรือหาประกันให้ไว้ต่อ ศาลชั้นต้น กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ไม่ติดใจที่จะยื่นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งฉบับดังกล่าวอีกต่อไป ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · พันธาวุธ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้