Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2542 (เลขอ้างอิง 56090)

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์หลังพ้นกำหนดระยะเวลา อุทธรณ์แล้วโดยอ้างว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถ ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ในวันเดียวกันให้ยกคำร้องของ โจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งโต้แย้งว่าคำสั่งศาลแรงงานกลางไม่ชอบ ขอให้ศาลฎีกา มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเวลาอันสมควร ถือได้ว่าโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่ง ศาลแรงงานกลางที่ไม่อนุญาต ให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์ภายหลังกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ มิใช่เป็นคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไม่จำต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 การที่ศาลแรงงานกลางสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เนื่องจากโจทก์ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลจึงไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง 37,333 บาทแก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 3 มกราคม2540) จนกว่าจะชำระเสร็จและออกใบสำคัญแสดงการทำงานของโจทก์ที่ 1ให้โจทก์ที่ 2 ชำระเงิน 23,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้ง (วันที่ 28 มกราคม 2540) จนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน2541

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อ 26 ตุลาคม 2541 จะต้องอุทธรณ์ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2541 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน โจทก์ทั้งสองขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงไม่อนุญาต ยกคำร้องโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ฉบับวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้ยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาอุทธรณ์และศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน2541 แล้วจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาต ให้ยกคำร้องโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541โดยอ้างเหตุสุดวิสัย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันไม่อาจก้าวล่วงได้จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องโจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำสั่งฉบับวันที่ 14 ธันวาคม 2541 โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำร้องฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 ว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัยและให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องนี้ว่า โจทก์ที่ 2 มิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ที่ 2 ให้รับเฉพาะอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ที่ 1โจทก์ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2541 ศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจสั่งนั้น เห็นว่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งคำร้องของโจทก์ที่ 2 ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 ว่า กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันไม่อาจก้าวล่วงได้ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งฉบับนี้ เพราะเป็นอำนาจของศาลฎีกา และเห็นว่า เมื่อโจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 ขออนุญาตยื่นอุทธรณ์หลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันเดียวกันให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ 2ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2541 โจทก์ที่ 2 จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโต้แย้งว่า

คำสั่งศาลแรงงานกลางดังกล่าวไม่ชอบ ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ที่ 2ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเวลาอันสมควร ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลแรงงานกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ภายหลังกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์นั่นเอง มิใช่เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงไม่จำต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 เนื่องจากโจทก์ที่ 2 ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลจึงไม่ชอบ ให้ยกคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งเมื่อวันที่14 ธันวาคม 2541 ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ 2ฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2541 แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ · เสมอ อินทรศักดิ์ · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้