คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุก 2 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ข้อความที่ตัดสิน นั้นไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกา จำเลย ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลฎีกาสั่งว่า "การพิจารณาว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาวินิจฉัยหรือไม่นั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 บัญญัติ ให้เป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดี หรือ ลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลล่างทั้งสอง จำเลยจะฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่ได้ ให้ยกคำร้อง"