Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 56054)

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรอง หรือไม่รับรองให้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของ จำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้คำเบิกความของพยานโจทก์ และเอกสารที่ประกอบการเบิกความของพยานโจทก์ขัด แย้งกัน จึงสมควรให้ศาลได้พิจารณาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอให้ศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับรองฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน

ไว้ในครอบครองเพื่อขายกับมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ ลงโทษมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณตามมาตรา 106 ทวิจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นรับรองฎีกา ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมี คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 54, 53)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองหรือไม่รับรองให้ได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้