Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5604/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นเพียงว่า อ. เป็นลูกจ้างโจทก์หรือไม่ โจทก์ และจำเลยมิได้คัดค้าน กรณีจึงไม่มีปัญหาว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีโดยไม่ส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงาน วินิจฉัยจึงชอบแล้ว สัญญาที่โจทก์ทำกับ อ.กำหนดให้อ. ต้องกระทำตามระเบียบวิธีของโจทก์ แต่โจทก์ก็มิได้ควบคุมการทำงานของ อ. ระเบียบวิธีการดังกล่าวของโจทก์เป็นเพียงข้อ กำหนดเพื่อป้องกันความเสียหายมิให้เกิดแก่โจทก์เท่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับ อ.ไม่มีลักษณะเป็นการบังคับบัญชาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง สัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญา จ้างแรงงาน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จ้างนายองอาจ ภูมิเหล่าแจ้ง เป็นลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานขายประจำร้านโจทก์ สาขายโสธร จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายองอาจยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท ขณะนายองอาจปฏิบัติหน้าที่ได้เบียดบังเงินค่าเช่าซื้อจากลูกค้า นำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 160,838 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 146,216 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า นายองอาจไม่ได้เป็นลูกจ้างโจทก์ นายองอาจเป็นผู้ติดต่อลูกค้าให้ร้านโจทก์โดยได้รับค่านายหน้า นายองอาจถูกหลอกว่าได้เป็นพนักงานขายของโจทก์

ความจริงนายองอาจไม่ได้รับบรรจุเป็นลูกจ้างโจทก์ สัญญาจ้างเป็นเอกสารที่ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยถูกหลอกให้ลงลายมือชื่อค้ำประกันการทำงานของนายองอาจ นายองอาจไม่ได้ทำให้โจทก์เสียหาย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อพิเคราะห์เอกสารหมาย จ.5แล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์กำหนดให้นายองอาจทำงานที่ใด ทำงานกี่วันในหนึ่งสัปดาห์วันหยุดประจำสัปดาห์เป็นวันใด เวลาเข้างานออกงานเวลาใด หากฝ่าฝืนมีโทษอย่างไรอันเป็นข้อสาระสำคัญของการจ้างแรงงาน อีกทั้งทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่นำสืบให้เห็นว่าโจทก์มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมีชื่อนายองอาจอยู่ในทะเบียนลูกจ้างโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงกลับได้ความจากนายนิวัติ สมพงษ์ พยานโจทก์ว่านายองอาจรับสินค้าของโจทก์ไปวางขายที่บ้านของนายองอาจและโจทก์ไม่มีเงินเดือนให้นายองอาจข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่านายองอาจเป็นลูกจ้างโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่า จำเลยให้การว่าจำเลย (ที่ถูกเป็นนายองอาจ ภูมิเหล่าแจ้ง) ไม่ใช่ลูกจ้างโจทก์และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นอำนาจของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเพียงผู้เดียวที่จะวินิจฉัย การที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยไม่ส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า จำเลยให้การว่านายองอาจไม่ได้รับบรรจุเป็นลูกจ้างโจทก์จำเลยถูกหลอกให้ลงชื่อค้ำประกันการทำงานของนายองอาจ สัญญาจ้างเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 เป็นเอกสารที่ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นตามที่จำเลยให้การดังกล่าวแต่เพียงว่านายองอาจเป็นลูกจ้างโจทก์หรือไม่เท่านั้น

ประกอบกับโจทก์และจำเลยมิได้คัดค้านการกำหนดประเด็นดังกล่าว กรณีจึงไม่มีปัญหาว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยไม่ส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยจึงชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นโจทก์อุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า นายองอาจเป็นลูกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าสัญญาเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 1 ระบุให้นายองอาจปฏิบัติงานอยู่ในอาณาเขตการขายของสาขายโสธรและระบุว่านายองอาจต้องเชื่อฟัง กระทำตามระเบียบ วิธีการ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ระบุในสัญญา สัญญาเอกสารหมาย จ.5 จึงเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ประเด็นนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงยุติแล้วว่า โจทก์มิได้กำหนดสถานที่ทำงาน วันเวลาทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์และการลงโทษซึ่งเป็นสาระสำคัญของการจ้างแรงงาน

ทั้งโจทก์ไม่นำสืบว่าโจทก์มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมีชื่อนายองอาจในทะเบียนลูกจ้างโจทก์ แต่กลับได้ความว่านายองอาจรับสินค้าของโจทก์ไปวางขายที่บ้านนายองอาจและโจทก์ไม่มีเงินเดือนให้นายองอาจ เห็นว่า แม้สัญญาเอกสารหมาย จ.5ข้อ 1 กำหนดให้นายองอาจต้องกระทำตามระเบียบวิธีของโจทก์ก็ตาม แต่โจทก์มิได้ควบคุมการทำงานของนายองอาจ ระเบียบวิธีการดังกล่าวของโจทก์เป็นเพียงข้อกำหนดเพื่อป้องกันความเสียหายมิให้เกิดแก่โจทก์เท่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับนายองอาจดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นการบังคับบัญชาระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง สัญญาเอกสารหมาย จ.5 จึงไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน

ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้วอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · พิมล สมานิตย์ · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้