Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 56034)

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และไม่สามารถรับรองให้ฎีกาตามมาตรา 221 ได้ การรับรองให้ฎีกาของอัยการสูงสุดจึงไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43(4), 157 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2535 มาตรา 27 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสซึ่งเป็นบทหนักที่สุด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยได้วางเงินชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมต่อศาลเป็นจำนวน 30,000 บาท อันเป็นการบรรเทาความเสียหายส่วนหนึ่งแล้ว จึงเห็นควรลงโทษจำเลยสถานเบา จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือน ไม่ปรากฎว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงเห็นควรเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังมีกำหนด 2 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องว่าอัยการสูงสุดได้รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฎตามหนังสือที่ อส*.0015.4/15136ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2539 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาว่า อัยการสูงสุดได้รับรองฎีกาให้จำเลยแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และไม่สามารถรับรองให้ฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221ฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลรอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่สามารถรับรองให้ฎีกาได้ตามกฎหมายดังกล่าว การรับรองให้ฎีกาของอัยการสูงสุด จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · สมชัย สายเชื้อ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้