Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 56015)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนของจำเลยที่ 2 โดย ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี กรณีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งข้อ ก. ข. และ ค เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย บาดแผลของจำเลยที่ 1เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในปัญหาที่ว่าบาดแผลของจำเลยที่ 1เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 192 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงในคดีประกอบ ให้วางโทษเบากว่าจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ก่อนเกิดเหตุขับรถจักรยานยนต์ด้วยเสียงอันดัง เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของบุคคลอื่นอันเป็นต้นเหตุให้มีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน วางโทษจำคุก 1 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และคืนมีดทำครัวของกลางแก่จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 173 แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 174)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ใช้ขวดเบียร์ตีทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส และฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าไปในห้องของจำเลยที่ 1 แล้วทำร้ายจำเลยที่ 1 ก่อนเป็นการก่อเหตุ และทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เป็นการกระทำเพื่อป้องกัน ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อ 2 ข. และ ค. ว่าพยานหลักฐานโจทก์จำเลย และข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติยังไม่ครบองค์ประกอบของบาดแผล อันเป็นอันตรายสาหัส ทั้งศาลอุทธรณ์ก็ยังมิได้วินิจฉัย ในปัญหาว่าบาดแผลของจำเลยที่ 1 เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ อีกด้วยนั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุติมา ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อ 2 ก. ว่า ตามข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาครบองค์ประกอบของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการโต้เถียงที่ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าจำเลยที่ 2 กระทำอย่างไรบ้างที่จำเลยที่ 2 อ้างว่ากระทำเพื่อป้องกัน ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทุกข้อล้วนเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3006/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายอำนาจ สมมะโนหมาย กับพวกจำเลยนายวิวัฒน์ กิ่งแสง จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนของจำเลยที่ 2 โดย ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี กรณีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งข้อ ก. ข. และ ค เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2เป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย บาดแผลของจำเลยที่ 1เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในปัญหาที่ว่าบาดแผลของจำเลยที่ 1เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 192 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงในคดีประกอบ ให้วางโทษเบากว่าจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ก่อนเกิดเหตุขับรถจักรยานยนต์ด้วยเสียงอันดัง เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ของบุคคลอื่นอันเป็นต้นเหตุให้มีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน วางโทษจำคุก 1 ปี ริบของกลาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และคืนมีดทำครัวของกลางแก่จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 173 แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 174)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ใช้ขวดเบียร์ตีทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัส และฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าไปในห้องของจำเลยที่ 1 แล้วทำร้ายจำเลยที่ 1 ก่อนเป็นการก่อเหตุ และทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เป็นการกระทำเพื่อป้องกัน ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อ 2 ข. และ ค. ว่าพยานหลักฐานโจทก์จำเลย และข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติยังไม่ครบองค์ประกอบของบาดแผล อันเป็นอันตรายสาหัส ทั้งศาลอุทธรณ์ก็ยังมิได้วินิจฉัย ในปัญหาว่าบาดแผลของจำเลยที่ 1 เป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ อีกด้วยนั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุติมา ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อ 2 ก. ว่า ตามข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาครบองค์ประกอบของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการโต้เถียงที่ศาลอุทธรณ์

ฟังว่าจำเลยที่ 2 กระทำอย่างไรบ้างที่จำเลยที่ 2 อ้างว่ากระทำเพื่อป้องกัน ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทุกข้อล้วนเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้