Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 56012)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้ จำเลยชำระค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเพิ่ม ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 28 กันยายน 2538 ครบกำหนดเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาล จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยชำระมาแล้วให้แก่จำเลยทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลย ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติม เพราะคดีพ้นอำนาจของ ศาลชั้นต้นแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น รับฎีกาของจำเลยต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 487(29/31) ถนนสุทธิสาร แยก 1แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ห้ามจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับตึกแถวดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระเงิน 9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของ ต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 สิงหาคม 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลย ชำระค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันถัดจาก วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถว ดังกล่าวเสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้อง ทุกข์อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ และนัดพร้อมกำหนดทุนทรัพย์ ในชั้นฎีกาเป็นเงิน 120,000 บาท และให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาล เพิ่มตามจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวภายใน 15 วัน นับแต่วัน มีคำสั่ง ก่อนครบกำหนดจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น สั่งว่า ศาลยังไม่มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่มีสาระควรแก่ศาลอุทธรณ์จะพิจารณา ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย (อันดับ 104) ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึง มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 99,98,103) จำเลยจึงยื่นคำร้อง (อุทธรณ์) นี้ (อันดับ 106) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบ มาตรา 252 ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา มิใช่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ และต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง มาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลด้วย จึงให้จำเลยดำเนินการแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลก่อนภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งหรือถือว่า ทราบคำสั่ง จำเลยยื่นฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่ง ในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 ให้จำเลยดำเนินการแก้ไขอุทธรณ์คำสั่งมา ให้ถูกต้อง และให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งภายในกำหนด กลับมายื่นฎีกาคำสั่งดังกล่าวของศาลอีก ซึ่งไม่มีบทบัญญัติข้อกฎหมายให้ทำได้จึงไม่รับฎีกาคำสั่งฉบับนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลมีรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2538 ว่า ตามที่ศาลได้มีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องและให้นำเงินค่าธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก่อนนั้นบัดนี้พ้นกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538(อันดับ 108,109)คำสั่ง จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2998/2538นางพุทธชาติ จันทสูรย์โจทก์นายเอี่ยมซ้ง แซ่ตั้งจำเลยนายเอี่ยมซ้ง แซ่ตั้ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้ จำเลยชำระค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเพิ่ม ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 28 กันยายน 2538 ครบกำหนดเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาล จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยชำระมาแล้วให้แก่จำเลยทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลย ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติม เพราะคดีพ้นอำนาจของ ศาลชั้นต้นแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น รับฎีกาของจำเลยต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 487(29/31) ถนนสุทธิสาร แยก 1แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ห้ามจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับตึกแถวดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระเงิน 9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของ ต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 สิงหาคม 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลย ชำระค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันถัดจาก วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถว ดังกล่าวเสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้อง ทุกข์อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ และนัดพร้อมกำหนดทุนทรัพย์ ในชั้นฎีกาเป็นเงิน 120,000 บาท และให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาล เพิ่มตามจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวภายใน 15 วัน นับแต่วัน มีคำสั่ง ก่อนครบกำหนดจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น สั่งว่า ศาลยังไม่มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่มีสาระควรแก่ศาลอุทธรณ์จะพิจารณา ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย (อันดับ 104) ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึง มีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 99,98,103) จำเลยจึงยื่นคำร้อง (อุทธรณ์) นี้ (อันดับ 106) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบ มาตรา 252 ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

มิใช่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ และต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง มาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลด้วย จึงให้จำเลยดำเนินการแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ ต่อศาลก่อนภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งหรือถือว่า ทราบคำสั่ง จำเลยยื่นฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่ง ในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 ให้จำเลยดำเนินการแก้ไขอุทธรณ์คำสั่งมา ให้ถูกต้อง และให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งภายในกำหนด กลับมายื่นฎีกาคำสั่งดังกล่าวของศาลอีก ซึ่งไม่มีบทบัญญัติข้อกฎหมายให้ทำได้จึงไม่รับฎีกาคำสั่งฉบับนี้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลมีรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2538 ว่า ตามที่ศาลได้มีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องและให้นำเงินค่าธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก่อนนั้นบัดนี้พ้นกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อ พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538(อันดับ 108,109)คำสั่ง จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อน จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้