Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 56006)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า เมื่อนายเปี๊ยกกูบกระโทก คนร้ายหนึ่งในจำนวนห้าคน พูดขอเงินผู้เสียหาย และผู้เสียหาย ปฏิเสธว่าไม่มี ย่อมเป็นข้อเท็จจริงแสดงเป็นหลักฐานว่า ผู้เสียหายไม่ได้ให้เงินหรือมิได้สัญญาว่าจะให้เงิน เท่ากับ ยังไม่บรรลุผล จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 วรรคสอง (1) ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาคดีของศาล ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาข้อ 2(1) ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า "จำเลยกับพวกล้อมผู้เสียหาย พวกจำเลยพูดจะเอาเงินจาก ผู้เสียหาย 50 บาท ผู้เสียหายว่ามีอยู่ 10 บาท จำเลยพูดว่า10 บาท ก็เอา พวกจำเลยพูดว่า 10 บาท ไม่เอาและขู่ว่าจะเอาปืนมายิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายกลัวจะล้วงเอาเงินให้แก่พวกจำเลย" พอดีเจ้าพนักงานขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงจับกุมจำเลยกับพวก ที่จำเลยฎีกาว่า"พวกจำเลยพูดจะเอาเงินผู้เสียหาย 10 บาท ผู้เสียหายว่าไม่มี" เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2958/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวุฒิชัย ทวีวีรพันธ์จำเลยนายวุฒิชัย ทวีวีรพันธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า เมื่อนายเปี๊ยกกูบกระโทก คนร้ายหนึ่งในจำนวนห้าคน พูดขอเงินผู้เสียหาย และผู้เสียหาย ปฏิเสธว่าไม่มี ย่อมเป็นข้อเท็จจริงแสดงเป็นหลักฐานว่า ผู้เสียหายไม่ได้ให้เงินหรือมิได้สัญญาว่าจะให้เงิน เท่ากับ ยังไม่บรรลุผล จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 วรรคสอง (1) ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาคดีของศาล ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาข้อ 2(1) ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า "จำเลยกับพวกล้อมผู้เสียหาย พวกจำเลยพูดจะเอาเงินจาก ผู้เสียหาย 50 บาท ผู้เสียหายว่ามีอยู่ 10 บาท จำเลยพูดว่า10 บาท ก็เอา พวกจำเลยพูดว่า 10 บาท ไม่เอาและขู่ว่าจะเอาปืนมายิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายกลัวจะล้วงเอาเงินให้แก่พวกจำเลย" พอดีเจ้าพนักงานขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงจับกุมจำเลยกับพวก

ที่จำเลยฎีกาว่า"พวกจำเลยพูดจะเอาเงินผู้เสียหาย 10 บาท ผู้เสียหายว่าไม่มี" เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้