Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่ง ม. และเด็กหญิง จ.ภ. เพื่อให้กระทำการค้าประเวณี เมื่อข้อเท็จจริงมีเหตุให้สงสัยตามสมควรว่า ในวันเกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบจำเลยอาจจะไม่ได้จัดส่ง ม. และเด็กหญิง จ.ภ. ไป แต่จัดส่ง จ.ร. ไป ซึ่งหากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น จำเลยก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดในคดีนี้ ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าส่ง จ.ร. ไปค้าประเวณี ก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องและประสงค์ให้ลงโทษเป็นคดีนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.อ. มาตรา 282 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง วรรคสาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 9 วรรคสอง วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีตามที่โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้มั่นคงปราศจากข้อสงสัยหรือไม่ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบ จำเลยเป็นธุระจัดหานางสาวมีนา อายุ 15 ปีเศษ และเด็กหญิง จ 13 ปีเศษ ไปเพื่อให้ค้าประเวณี เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความทำให้มีข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้จัดหานางสาวมีนาและเด็กหญิง จ ส่งไปให้ดาบตำรวจวีระวัฒน์ กับพวก ผู้วางแผนการจับกุมจำเลย หรือจำเลยเป็นผู้จัดหานางสาวจินตรา ไม่ทราบนามสกุล ไปให้ดาบตำรวจวีระวัฒน์แล้วนางสาวจินตราเป็นผู้จัดหานางสาวมีนาและเด็กหญิง จ ให้ดาบตำรวจวีระวัฒน์อีกต่อหนึ่ง โดยดาบตำรวจวีระวัฒน์เบิกความว่า พยานโทรศัพท์จากห้องพักไปหาจำเลยซึ่งทำงานในโรงแรมในหน้าที่แคชเชียร์ และสอบถามว่ามีผู้หญิงบริการหรือไม่ โดยไม่ได้เน้นว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

พันตำรวจโทวิเชียร เบิกความว่า พยานเป็นผู้ร่วมจับกุมกับจ่าสิบตำรวจวีระวัฒน์ (ยศในขณะนั้น) หลังการจับกุม จ่าสิบตำรวจวีระวัฒน์เล่าให้พยานฟังว่าก่อนที่นางสาวมีนาและเด็กหญิง จ จะเข้ามาในห้อง ได้มีนางสาวจินตรามาให้ดูตัวก่อน นางสาวมีนาเบิกความว่า คืนเกิดเหตุจำเลยโทรศัพท์บอกนางสาวจินตราซึ่งอายุ 21 ปีเศษแล้วและค้าประเวณีด้วย ให้ไปพบกับแขกที่ต้องการซื้อบริการที่ห้องหมายเลข 55 นางสาวจินตราออกไปสักพักก็กลับมาบอกว่าแขกมี 2 คน ไม่ต้องการนางสาวจินตราแต่ต้องการเด็ก แล้วนางสาวจินตราพาพยานกับนางสาวจิตราภรณ์ไปที่ห้องดังกล่าว และมีการตกลงซื้อขายบริการประเวณีกัน ชั้นสอบสวนพยานให้การไว้ กับนางสาวจิตราภรณ์เบิกความตอบโจทก์ว่า

จำเลยโทรศัพท์เข้าที่ในห้องพักแต่ใครรับสายพยานจำไม่ได้ จำเลยให้พยานกับนางสาวมีนาไปที่ห้องพักหมายเลข 55 เพื่อค้าประเวณี พยานกับนางสาวมีนาจึงไปที่ห้องพักดังกล่าว ส่วนนางสาวจินตราตามเข้ามาทีหลัง แต่ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า นางสาวจินตราเป็นคนรับโทรศัพท์จากจำเลยและออกไปที่ห้องพักหมายเลข 55 หลังจากนั้นนางสาวจินตรากลับมาที่ห้องบอกว่าแขกไม่ต้องการนางสาวจินตรา แต่ต้องการเด็กบ้าน ๆ พยานกับนางสาวมีนาจึงออกไปพบแขกโดยไม่ได้บอกจำเลย ดังนี้เห็นว่า พยานโจทก์ทุกปากดังกล่าวล้วนแต่เป็นพยานโจทก์ คำเบิกความของพันตำรวจโทวิเชียร นางสาวมีนาและนางสาวจิตราภรณ์ที่สอดคล้องต้องกันว่านางสาวจินตราเป็นผู้ไปพบกับจ่าสิบตำรวจวีระวัฒน์กับพวกก่อน

มีน้ำหนักรับฟังได้ ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุให้สงสัยได้ตามสมควรว่าในวันเกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบ จำเลยอาจจะไม่ได้จัดส่งนางสาวมีนาและเด็กหญิงจิตราภรณ์ไป แต่จัดส่งนางสาวจินตราไป ซึ่งหากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น จำเลยก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดในคดีนี้ ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยส่งนางสาวจินตราไปค้าประเวณี ก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องและประสงค์ที่จะให้ศาลลงโทษเป็นคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศาล อัยยะวรากูล · ประยูร ณ ระนอง · อดิศักดิ์ ปัตรวลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสตูล - นายวิสูตร มานะพิทักษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7364/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ494/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ990/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6065/2545

จำเลยพาผู้เสียหายมากรุงเทพมหานครแล้วพาผู้เสียหายไปพักโรงแรมที่จำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้านอยู่ประมาณ 3 เดือน จำเลยมิได้ชักนำผู้เสียหายไปค้าประเวณีในทันที ขณะจำเลยกระทำความผิดนั้น ผู้เสียหายมีอายุยังไม่เก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4533/2565

แม้การร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไปหรือชักพาผู้เสียหายทั้งสองไปเพื่อการอนาจาร หรือเพื่อให้กระทำการค้าประเวณี รวมทั้งการร่วมกันชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1377/2563

เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับ ส. พฤติการณ์ของจำเลยที่ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 นับตั้งแต่ครั้งแรกในคืนที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8824/2561

บทนิยาม "แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ" ตามมาตรา 4 (เดิม) แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2561

จำเลยที่ 1 กับพวก กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 282 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6, 52 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 เมื่อผู้เสียหายทั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้