Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือดังนี้ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบก่อน หากจำเลยไม่สืบต้องแพ้คดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นสินสมรสซึ่งจำเลยที่ 1 ภรรยาโจทก์ได้โอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมและโจทก์เพิ่งทราบ จึงได้บอกล้างไปยังจำเลยจำเลยที่ 1 ให้การรับตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอม ที่พิพาทไม่ใช่สินบริคณห์ เป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1 โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตและทราบการซื้อขายมากว่า 1 ปี ศาลชั้นต้นกะประเด็นรวม 4 ข้อ และเห็นว่าใน 2 ข้อแรกไม่จำต้องสืบ คือจำเลยรับว่าเป็นสินเดิมก็ถือว่าเป็นสินบริคณห์ และในข้อที่ว่าโจทก์รู้เห็นยินยอมหรือไม่ การยินยอมในกรณีเช่นนี้ต้องมีหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 ส่วนในประเด็นข้อ 3 ที่ว่าโจทก์ทราบการซื้อขายเมื่อใด และข้อ 4 โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตจริงหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตกเป็นหน้าที่จำเลยนำสืบก่อนและสั่งให้นัดสืบพยานจำเลย ครั้นถึงวันนัดจำเลยที่ 2และโจทก์ต่างแถลงโต้เถียงกันว่า อีกฝ่ายหนึ่งควรสืบก่อน และในที่สุดต่างท้ากันว่าถ้าศาลเห็นว่าประเด็นตกฝ่ายใดนำสืบก่อนแล้ว ให้ฝ่ายนั้นแพ้คดี

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ประเด็น 2 ข้อนี้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ให้เพิกถอนสัญญาซื้อขาย ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้จากคำฟ้องคำให้การ และคำแถลงรับของคู่ความว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ดินพิพาทไปขาย ให้จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้ยินยอมอนุญาตเป็นหนังสือฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ โจทก์มีสิทธิบอกล้างได้ จำเลยมีข้อโต้แย้งอีก 2 ข้อว่าโจทก์ขายเกิน 1 ปี คือยกอายุความการบอกล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา 143 กับว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา 6 เห็นว่าเป็นหน้าที่จำเลยจะต้องนำสืบทั้ง 2 ประการ เมื่อจำเลยไม่สืบก็ต้องแพ้คดีพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้