Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55961)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี เพราะคดีอาญาเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3) ซึ่งมีผลเท่ากับศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนซึ่งมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ยกฟ้องของโจทก์ด้วย ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี เพราะจำเลยที่ 2 วางเงินเพื่อชำระตามเช็ค และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โดยยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี ถือไม่ได้ว่า เป็นการพิพากษายกฟ้อง ฎีกาโจทก์ไม่ต้องห้าม โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอวางเงินจำนวน 355,708.66 บาท เพื่อชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ และขอให้ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 116) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องศาลชั้นต้น สั่งจำหน่ายคดีโดยฟังว่าสิทธินำคดีมาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3) เพราะจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์แล้ว ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดังนี้หาใช่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองศาลพิพากษา ยกฟ้องโจทก์ไม่ จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 220 มาปรับแก่กรณีหาได้ไม่ จึงให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2804/2538บริษัทลิลลี่อุตสาหกรรม จำกัดโจทก์บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลโปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทลิลลี่อุตสาหกรรม จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 39 (3)ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี เพราะคดีอาญาเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3) ซึ่งมีผลเท่ากับศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนซึ่งมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ยกฟ้องของโจทก์ด้วย ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี เพราะจำเลยที่ 2 วางเงินเพื่อชำระตามเช็ค และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โดยยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี ถือไม่ได้ว่า เป็นการพิพากษายกฟ้อง ฎีกาโจทก์ไม่ต้องห้าม

โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอวางเงินจำนวน 355,708.66 บาท เพื่อชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ และขอให้ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 116) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องศาลชั้นต้น สั่งจำหน่ายคดีโดยฟังว่าสิทธินำคดีมาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3) เพราะจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์แล้ว ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ดังนี้หาใช่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองศาลพิพากษา ยกฟ้องโจทก์ไม่ จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 220 มาปรับแก่กรณีหาได้ไม่ จึงให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เหล็ก ไทรวิจิตร · นาม ยิ้มแย้ม · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้