Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5596/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 15 เป็นลูกจ้างโจทก์ ทำหน้าที่ขับรถเครนยกของหนักต้องใช้ความระมัดระวัง เมื่อจำเลยที่ 15 ดื่มสุราในเวลาทำงานแม้เป็นการดื่มนอกที่ทำงาน แต่ได้กลับเข้าทำงานในลักษณะมึนเมาสุราถ้าจำเลยที่ 15 เข้าปฏิบัติหน้าที่ขับรถเครนก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้การกระทำของจำเลยที่ 15จึงเป็นความผิดกรณีร้ายแรงโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายขึ้นก่อน ดังนี้ โจทก์มีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 15 ได้ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์คำสั่งที่ 49/2533 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2533 คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ คำสั่งที่ 49/2533 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2533ชอบด้วยกฎหมายศาลแรงงานกลาง พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ 49/2533 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2533จำเลยที่ 15 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า จำเลยที่ 15 เป็นลูกจ้างของโจทก์ ทำหน้าที่ขับรถเครนยก แผนกคลังสินค้า ได้รับค่าจ้างวันละ 109 บาท เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2533 เวลาประมาณ 9 นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาทำงาน จำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์ นาวายุทธลูกจ้างด้วยกันได้ออกจากที่ทำงานไปสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการโดยมีใบอนุญาตผ่านออกนอกบริเวณบริษัทแสดงต่อยาม แต่ไม่มีลายมือชื่อผู้อนุมัติ จำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์ไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการว่า โจทก์ไม่จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้แก่จำเลยที่ 15 กับพวก เวลา 11 นาฬิกาเศษ จำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์กลับเข้าทำงานตามปกติ

ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2533 จำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์ได้ออกจากที่ทำงานไปที่สำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการอีก เวลาตอนบ่ายในวันเดียวกันจำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์กลับเข้าทำงาน โจทก์จึงมีคำสั่งเลิกจ้างจำเลยที่ 15 และลงโทษตักเตือนเป็นหนังสือต่อนายสุทธิพงศ์ ศาลแรงงานกลางยังรับฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2533 ก่อนจำเลยที่ 15 กลับเข้าทำงานจำเลยที่ 15 กับนายสุทธิพงศ์ได้ดื่มสุราและจำเลยที่ 15 ได้กลับเข้าทำงานโดยมีอาการมึนเมาสุราเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 9.3.5 อันเป็นกรณีร้ายแรง โจทก์จึงมีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 15 ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3) คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยก่อนว่าการที่จำเลยที่ 15 ออกไปนอกที่ทำงานแล้วได้ดื่มสุรานอกที่ทำงานแล้วกลับเข้าทำงานเมื่อเวลา 11 นาฬิกาเศษ โดยมีอาการมึนเมาสุรา ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโจทก์ เอกสารหมาย จ.2 ข้อ 9.3.5 อันเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 15 มีหน้าที่ขับรถเครนยกของหนัก ต้องใช้ความระมัดระวัง

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เมื่อจำเลยดื่มสุราในเวลาทำงาน แม้ได้ดื่มนอกที่ทำงานแต่ได้กลับเข้าทำงานในลักษณะมึนเมาสุราเช่นนี้ ถ้าจำเลยที่ 15เข้าปฏิบัติหน้าที่ขับรถเครน ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ การกระทำของจำเลยที่ 15 จึงเป็นความผิดกรณีร้ายแรงโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายขึ้นก่อนโจทก์จึงมีสิทธิเลิกจ้างจำเลยที่ 15 ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3) แม้โจทก์ไม่ได้ลงโทษเลิกจ้างนายสุทธิพงศ์ด้วย ก็เป็นดุลพินิจในการลงโทษของโจทก์ผู้เป็นนายจ้างซึ่งหน้าที่ในความรับผิดของลูกจ้างแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน การไม่ลงโทษเลิกจ้างนายสุทธิพงศ์จึงไม่อาจถือเป็นเหตุที่จะถือว่าการเลิกจ้างจำเลยที่ 15 เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ตามที่จำเลยที่ 15 อุทธรณ์แต่อย่างใดการกระทำผิดของจำเลยที่ 15 เป็นความผิดกรณีร้ายแรงเข้าเกณฑ์ที่โจทก์จะลงโทษเลิกจ้างได้ การเลิกจ้างของโจทก์จึงไม่ใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์(จำเลยที่ 1 ถึงที่ 14) ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 15 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2546 (เลขอ้างอิง 49488)

ในกรณีนายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้