Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55951)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 ว่า ให้รับฎีกาสำเนาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นำส่งภายใน 7 วัน ปิดหมายได้ ภายหลังผู้คัดค้านได้มาติดต่อ กับศาลชั้นต้นหลายครั้ง ย่อมมีโอกาสทราบคำสั่งดังกล่าว ถือได้ว่าผู้คัดค้านทราบคำสั่งดังกล่าวโดยชอบแล้ว แต่ ผู้คัดค้านไม่ได้จัดการส่งสำเนาฎีกาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านเพิ่งวางเงินค่านำหมายเมื่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2538 ซึ่งล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้น กำหนดแล้ว เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้ เป็นการทิ้งฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านทิ้งฎีกาและจำหน่ายคดีของผู้คัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132,174(2),246,247, ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52,53) คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจำนองที่ดินระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้าน (ผู้รับจำนอง) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการจำนองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1557 ตำบลพันเสา อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกตามสัญญาจำนองลงวันที่ 5 มีนาคม 2535 ระหว่างจำเลยกับ ผู้รับจำนองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 และให้ผู้รับจำนองดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและคืน น.ส.3 ก. ฉบับดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากไม่ ดำเนินการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งสำเนาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2537(อันดับ 44,46,47) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50)คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านนำส่งสำเนาฎีกาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 อันเป็นเวลาหลังจากที่ ผู้คัดค้านยื่นฎีกาถึง 4 วัน โดยไม่มีการแจ้งคำสั่งดังกล่าว ให้ผู้คัดค้านทราบแต่อย่างใด แม้จะได้ความตามที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อ้างว่าผู้คัดค้านไปฟ้องคดีและติดต่อ ที่ศาลชั้นต้น ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2538 รวม 9 ครั้ง และในวันที่ 5 มิถุนายน 2538 อีก 1 ครั้งก็ตาม แต่ก็ไปด้วยเรื่องคดีอื่น ๆ หาใช่เกี่ยวกับคดีนี้ไม่ พฤติการณ์ ที่ผู้คัดค้านเพิกเฉยไม่ติดตามเพื่อทราบคำสั่งศาลในกรณี ดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้น ที่จะถือว่าผู้คัดค้านเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นแล้ว ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2), 246,247 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 153 จึงให้ยกคำร้อง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2787/2538นางสมพร สุวรรณชาติกุลโจทก์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องนางละออง ศรีคงผู้คัดค้านนางปุ่น บัวจันทร์จำเลยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 114, ม. 153 ป.วิ.พ. ม. 174, ม. 246, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 ว่า ให้รับฎีกาสำเนาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นำส่งภายใน 7 วัน ปิดหมายได้ ภายหลังผู้คัดค้านได้มาติดต่อ กับศาลชั้นต้นหลายครั้ง ย่อมมีโอกาสทราบคำสั่งดังกล่าว ถือได้ว่าผู้คัดค้านทราบคำสั่งดังกล่าวโดยชอบแล้ว แต่ ผู้คัดค้านไม่ได้จัดการส่งสำเนาฎีกาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านเพิ่งวางเงินค่านำหมายเมื่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2538 ซึ่งล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้น กำหนดแล้ว เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้ เป็นการทิ้งฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านทิ้งฎีกาและจำหน่ายคดีของผู้คัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132,174(2),246,247,

ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52,53) คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจำนองที่ดินระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้าน (ผู้รับจำนอง) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการจำนองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1557 ตำบลพันเสา อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกตามสัญญาจำนองลงวันที่ 5 มีนาคม 2535 ระหว่างจำเลยกับ ผู้รับจำนองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 และให้ผู้รับจำนองดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและคืน น.ส.3 ก. ฉบับดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หากไม่ ดำเนินการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งสำเนาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาฎีกาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2537(อันดับ 44,46,47) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านนำส่งสำเนาฎีกาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 อันเป็นเวลาหลังจากที่ ผู้คัดค้านยื่นฎีกาถึง 4 วัน โดยไม่มีการแจ้งคำสั่งดังกล่าว ให้ผู้คัดค้านทราบแต่อย่างใด แม้จะได้ความตามที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อ้างว่าผู้คัดค้านไปฟ้องคดีและติดต่อ ที่ศาลชั้นต้น ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2538 รวม 9 ครั้ง และในวันที่ 5 มิถุนายน 2538 อีก 1 ครั้งก็ตาม แต่ก็ไปด้วยเรื่องคดีอื่น ๆ หาใช่เกี่ยวกับคดีนี้ไม่ พฤติการณ์ ที่ผู้คัดค้านเพิกเฉยไม่ติดตามเพื่อทราบคำสั่งศาลในกรณี ดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้น ที่จะถือว่าผู้คัดค้านเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นแล้ว ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2), 246,247 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 153 จึงให้ยกคำร้อง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อร่าม หุตางกูร · สมาน เวทวินิจ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้