Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55942)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดนครราชสีมา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) นั้น มิใช่การลงโทษจำคุก จึงไม่อยู่ในข้อห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 อีกทั้งคำสั่งของศาลตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) เป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติ ต่อไปชั่วระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อยังไม่ครบกำหนด ศาลอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขคำสั่งนั้นได้ ไม่อยู่ในข้อห้าม มิให้ศาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้ขาดอันถึงที่สุดไปแล้ว ฎีกา ของจำเลยที่ 2 เป็นทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ ได้ว่ากล่าวมาแล้วในศาลล่างทั้งสองและเป็นสาระสำคัญอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8) วรรคสาม,83 ให้ส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา จนกว่าจำเลยทั้งสองจะมีอายุครบสิบแปดปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5),75 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน คืนหรือใช้เงินจำนวน 4,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 45) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่ง ให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดนครราชสีมา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5),75 จะมิใช่การลงโทษ แต่เป็นวิธีการที่เบากว่า การลงโทษจำคุกก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ส่งตัว จำเลยที่ 2 กลับไปอยู่ในความปกครองดูแลของบิดาและ นายสำราญ ผู้พัฒน์ กำนันตำบลบ้านหมอ อำเภอเมืองสระบุรีจังหวัดสระบุรี นั้น เป็นเพียงคัดค้านดุลพินิจของศาลจึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2700/2538พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรีโจทก์เด็กชายณัฐพงษ์ คชฤทธิ์ กับพวกจำเลยเด็กชายสุพรรณ ขันคำ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดนครราชสีมา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) นั้น มิใช่การลงโทษจำคุก จึงไม่อยู่ในข้อห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 อีกทั้งคำสั่งของศาลตาม

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) เป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติ ต่อไปชั่วระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อยังไม่ครบกำหนด ศาลอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขคำสั่งนั้นได้ ไม่อยู่ในข้อห้าม มิให้ศาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้ขาดอันถึงที่สุดไปแล้ว ฎีกา ของจำเลยที่ 2 เป็นทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ ได้ว่ากล่าวมาแล้วในศาลล่างทั้งสองและเป็นสาระสำคัญอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(8) วรรคสาม,83 ให้ส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา จนกว่าจำเลยทั้งสองจะมีอายุครบสิบแปดปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5),75 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน คืนหรือใช้เงินจำนวน 4,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 45) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่ง ให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดนครราชสีมา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5),75 จะมิใช่การลงโทษ แต่เป็นวิธีการที่เบากว่า การลงโทษจำคุกก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ส่งตัว จำเลยที่ 2 กลับไปอยู่ในความปกครองดูแลของบิดาและ นายสำราญ ผู้พัฒน์ กำนันตำบลบ้านหมอ อำเภอเมืองสระบุรีจังหวัดสระบุรี นั้น เป็นเพียงคัดค้านดุลพินิจของศาลจึงเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้