Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5592/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้ปืนอันเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงเข้าไปในบ้านผู้เสียหายในยามวิกาล ซึ่งวิญญูชนทั่วไปย่อมรู้ดีว่าต้องมีบุคคลหลับนอนหรือพักอาศัยอยู่ในบ้าน แม้กระสุนปืนที่จำเลยยิงเข้าไปในบ้านจะไม่ถูกผู้เสียหายหรือผู้ใดที่อยู่ในบ้าน แต่เมื่อตำแหน่งที่ถูกกระสุนปืนนัดหนึ่งห่างจากผู้เสียหายเพียง 1 เมตร อีกนัดหนึ่งถูกใต้ขอบหน้าต่างบ้าน ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกหลายคนร่วมกันใช้อาวุธปืนพกยิงเข้าไปในบ้านผู้เสียหายทั้งสองหลายนัดโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสอง ผู้เสียหายทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตาย ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และยึดกระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 2 นัด กับปลอกกระสุนปืนขนาด .45อีก 1 ปลอก ที่ใช้ในการกระทำผิดในที่เกิดเหตุเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 288 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83 ให้จำคุก 10 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางริบโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ฟังได้เบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุนายประหยัดผู้เสียหายกับพวกและจำเลยกับพวกได้เกิดวิวาทกันแล้วจำเลยได้นำพวกไปเพื่อทำร้ายนายประหยัดผู้เสียหายกับพวก ทั้ง ๆ ที่จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเวลาวิกาล จำเลยบังอาจไล่ตามเข้าไปยิงนายประหยัดผู้เสียหายกับพวกถึงหน้าบ้าน และได้ยิงปืนเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยโดยวิญญูชนทั่วไปย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าในขณะเกิดเหตุต้องมีบุคคลหลับนอนหรือพักอาศัยอยู่ในบ้าน การที่จำเลยใช้ปืนขนาด .45ยิงเข้าไปในบ้านผู้เสียหายดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการใช้อาวุธที่ร้ายแรง ทั้งตำแหน่งที่ถูกกระสุนปืนซึ่งจำเลยยิงไปถูกฝาบ้านชั้นบนตามภาพถ่ายหมาย จ.7 จ.8 ตามคำเบิกความของนางสาวนงนุชผู้เสียหายว่าเป็นที่นอนของตน กับของนายสมพรพี่ชาย และจำเลยได้ยิงเข้าไปในขณะที่นางสาวนงนุช

ผู้เสียหายเปิดหน้าต่างออกมาดูเห็นได้ชัดว่าตรงรูที่ฝาบ้านซึ่งถูกกระสุนปืนซึ่งจำเลยยิงไปนั้นห่างจากตัวนางสาวนงนุช ผู้เสียหายเพียง 1 เมตร เท่านั้น และรอยกระสุนปืนอีกรอยหนึ่งก็อยู่ใต้ขอบหน้าต่าง แม้กระสุนปืนที่จำเลยยิงเข้าไปในบ้านจะไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสองหรือผู้ใดที่อยู่ในบ้านก็ตาม การกระทำของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยยิงปืนไม่แม่นมากกว่าเพราะทั้ง ๆ ที่จำเลยเห็นอยู่แล้วว่านายประหยัดกับพวกวิ่งเข้าไปในบริเวณข้างบ้านและบุคคลเช่นจำเลยย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่ามีคนอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวข้างต้น แล้วจำเลยยังบังอาจใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงเข้าไปในบ้าน แม้กระสุนปืนที่จำเลยยิงเข้าไปถูกฝาบ้านชั้นบน ก็หาใช่ว่าจำเลยมีเจตนายิงปืนขู่ไม่

พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นที่เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายพยานหลักฐานของจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้