Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55897)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้อง ขอให้ผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น รับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงวินิจฉัยชี้ขาดทั้งปัญหา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อ ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และตามบทบัญญัติในมาตรา 221 ไม่ได้ให้ศาล อนุญาตให้ฎีกาในกรณีดังกล่าวได้ ให้ยกคำร้อง และศาลชั้นต้น สั่งฎีกาว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และศาลไม่อาจอนุญาตให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกา ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นเป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว แต่ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 และไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า คำพิพากษาศาลล่างไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้ระบุบทมาตราที่จำเลยกระทำผิด คงระบุเฉพาะบทลงโทษเท่านั้น ทั้งบทมาตราที่พิพากษา ได้ถูกยกเลิกแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อย จำเลยทั้งสองยกขึ้นฎีกาได้ ส่วนฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริงที่ขอให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสอง แม้คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนให้กักขังแทนโทษจำคุกก็ตามแต่ควรตีความในทางเป็นคุณแก่จำเลยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 สมควรรวมกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรีดังกล่าวด้วย ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคแรก และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไป ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484ให้จำคุกคนละ 6 เดือน ความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. 2498 ให้ปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท และคดีไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ในกรณีกักขังแทนค่าปรับให้นับโทษกักขังต่อจากโทษกักขัง ที่ศาลพิพากษา ริบไม้ของกลางและริบวิทยุของกลางไว้ใช้ ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงจะวินิจฉัย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 50,49) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี นั้นไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้ตามมาตรา 221 ส่วนข้อกฎหมายที่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลล่างมิได้ยกบทมาตราที่จำเลยทั้งสอง กระทำผิดมาปรับในคำพิพากษานั้น เห็นว่า บทลงโทษที่ศาลล่าง ระบุไว้ในคำพิพากษาได้เท้าความถึงบทมาตราที่จำเลยทั้งสอง ได้กระทำผิดอยู่แล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2475/2538พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายประดิษฐ์หรือประดิษ สุดสาคร กับพวกจำเลยนายประดิษฐ์หรือประดิษ สุดสาคร ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายเพลิน สุดสาคร ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219 ตรี, ม. 221ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้อง ขอให้ผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น รับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงวินิจฉัยชี้ขาดทั้งปัญหา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อ ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และตามบทบัญญัติในมาตรา 221 ไม่ได้ให้ศาล อนุญาตให้ฎีกาในกรณีดังกล่าวได้ ให้ยกคำร้อง และศาลชั้นต้น สั่งฎีกาว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี และศาลไม่อาจอนุญาตให้ฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกา ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นเป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว แต่ในศาลอุทธรณ์ภาค 2 และไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับ

ความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195 จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า คำพิพากษาศาลล่างไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้ระบุบทมาตราที่จำเลยกระทำผิด คงระบุเฉพาะบทลงโทษเท่านั้น ทั้งบทมาตราที่พิพากษา ได้ถูกยกเลิกแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อย จำเลยทั้งสองยกขึ้นฎีกาได้ ส่วนฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริงที่ขอให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสอง แม้คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนให้กักขังแทนโทษจำคุกก็ตามแต่ควรตีความในทางเป็นคุณแก่จำเลยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 สมควรรวมกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรีดังกล่าวด้วย ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป

หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคแรก และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไป ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484ให้จำคุกคนละ 6 เดือน ความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ. 2498 ให้ปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท และคดีไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ในกรณีกักขังแทนค่าปรับให้นับโทษกักขังต่อจากโทษกักขัง ที่ศาลพิพากษา ริบไม้ของกลางและริบวิทยุของกลางไว้ใช้ ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงจะวินิจฉัย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 50,49) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี นั้นไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ฎีกาได้ตามมาตรา 221 ส่วนข้อกฎหมายที่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลล่างมิได้ยกบทมาตราที่จำเลยทั้งสอง กระทำผิดมาปรับในคำพิพากษานั้น เห็นว่า บทลงโทษที่ศาลล่าง ระบุไว้ในคำพิพากษาได้เท้าความถึงบทมาตราที่จำเลยทั้งสอง ได้กระทำผิดอยู่แล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้