Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55871)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุดแล้วไม่รับฎีกาคำสั่ง คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทว่าเป็นของตนอันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง คดียังไม่ถึงที่สุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทหมาย จ.5 กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ปีละ 7,500 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นไปจนกว่า จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงรับอุทธรณ์จำเลยในปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเกิน 1 ปี หรือไม่ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท (ทุนทรัพย์สองหมื่นแปดพันห้าร้อยบาท) จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 ไม่ใช่กรณีตามวรรคสองศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ยกคำร้อง และให้ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 6) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 7)คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2271/2538นางปิ่น หอมรื่นโจทก์นายผ่อง หงษ์ยนต์จำเลยนายผ่อง หงษ์ยนต์ โดยนายพิน หงษ์ยนต์ผู้ยื่นคำร้องผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุดแล้วไม่รับฎีกาคำสั่ง คืนค่าขึ้นศาล จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทว่าเป็นของตนอันเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง คดียังไม่ถึงที่สุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ตามแผนที่พิพาทหมาย จ.5 กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ปีละ 7,500 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นไปจนกว่า

จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงรับอุทธรณ์จำเลยในปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเกิน 1 ปี หรือไม่ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท (ทุนทรัพย์สองหมื่นแปดพันห้าร้อยบาท) จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 ไม่ใช่กรณีตามวรรคสองศาลชั้นต้นสั่งชอบแล้ว ยกคำร้อง และให้ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 6) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 7)คำสั่ง คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 236 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้