Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5586/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ. เจ้ามรดกมิได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ พ. จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ทั้งสี่และว. พี่สาวของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดก แม้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่โจทก์ทั้งสี่ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายเจ้าของมรดกคดีโจทก์ทั้งสี่ก็ ไม่ขาดอายุความ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนเป็นลักษณะแห่งการยึดถือที่พิพาทไปยังโจทก์ทั้งสี่และว.พี่สาวโจทก์ทั้ง สี่ผู้เป็นทายาทของเจ้ามรดกว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนอีกต่อไป จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนภายใน 1 ปี นับแต่จำเลยแย่งการครอบครอง จึงขาดสิทธิฟ้องเรียกคืนหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่และนางวันเพ็ญ เป็นบุตรนายพิณและนางพริ้ม ส่วนจำเลยเป็นอาของโจทก์ เมื่อ พ.ศ. 2512นายพิณถึงแก่ความตายก่อนตายได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินสวนยางพาราเนื้อที่ 30 ไร่ ให้แก่โจทก์ทั้งสี่และนางวันเพ็ญพี่สาวของโจทก์ทั้งสี่คนละเท่า ๆ กันโดยตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกและรักษาพินัยกรรมไว้หลังจากนายพิณตายประมาณ 1 เดือน นายน้อมสามีจำเลยได้สมคบกับจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายพิณเรียกหนี้เงินกู้โดยอ้างว่านายพิณกู้เงินจากนายน้อมต่อศาลนายน้อมชนะคดีและได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินมรดกตามพินัยกรรมของนายพิณบางส่วนทางด้านทิศตะวันออกเนื้อที่ 14 ไร่ นำออกขายทอดตลาด จำเลยในฐานะส่วนตัวซื้อที่ดินดังกล่าวได้จากการขายทอดตลาดของศาล และขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปแล้ว จึงเหลือที่ดินมรดก 16 ไร่ซึ่งโจทก์ทั้งสี่และมารดาโจทก์ทั้งสี่เป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวตลอดมา

ครั้นปลาย พ.ศ. 2523 จำเลยสมคบกับนางหนูพันธ์ ป้าของโจทก์ทั้งสี่ฉ้อโกงที่ดินมรดกของโจทก์ทั้งสี่อีก โดยจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนางหนูพันธ์ ต่อศาลกล่าวหาว่านางหนูพันธ์ บุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินทั้ง 16 ไร่โดยอ้างสิทธิว่าเป็นที่ดินของจำเลยเอง คดีดังกล่าวนางหนูพันธ์ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกที่ดินให้แก่จำเลยทั้ง ๆ ที่นางหนูพันธ์ มิได้เป็นเจ้าของที่ดิน คำพิพากษาตามยอมจึงไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสี่ ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละเท่า ๆ กัน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยห้ามจำเลยและบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 31,501.50 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิรับมรดกของนายพิณและไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนตายนายพิณ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยครอบครองมรดกและยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่จำเลยและตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โดยให้สิทธิจำเลยที่จะแบ่งปันทรัพย์มรดกให้บุตรนายพิณ คนใดก็ได้ นับแต่นายพิณตายโจทก์ทั้งสี่และมารดาโจทก์ทั้งสี่ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินมรดกคดีของโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความมรดกและพ้นระยะเวลาฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่ง (มอบ) ที่พิพาทภายในเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละหนึ่งในห้าส่วน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์ทั้งสี่และนางวันเพ็ญ

พี่สาวโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายพิณ ซึ่งนายพิณได้รับรองแล้วจำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายพิณ นายพิณถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2512 ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายพิณ ศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายพิณที่พิพาทภายในเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทกลางเป็นมรดกของนายพิณเจ้ามรดก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ฟังไม่ได้ว่านายพิณได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลย ดังนั้นจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายพิณ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ทั้งสี่และนางวันเพ็ญ พี่สาวของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของนายพิณ เจ้ามรดกที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า แม้โจทก์ทั้งสี่จะฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายหรือนับแต่เมื่อโจทก์ทั้งสี่ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีโจทก์ทั้งสี่ก็ไม่ขาดอายุความ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ทั้งสี่มิได้ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนภายใน 1 ปี นั้นเห็นว่าตามทางสืบของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีการบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่พิพาทไปยังโจทก์ทั้งสี่และนางวันเพ็ญ

พี่สาวโจทก์ทั้งสี่เป็นทายาทของนายพิณ ว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ทั้งสี่ และนางวันเพ็ญพี่สาวโจทก์ทั้งสี่อีกต่อไปเสียก่อนแต่อย่างใด ดังนั้นจำเลยจะอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนภายใน 1 ปีนับแต่จำเลยแย่งการครอบครอง คดีโจทก์ทั้งสี่ขาดสิทธิฟ้องเรียกคืนยังไม่ได้เช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้