Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55850)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำร้องขอให้รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยได้ขอให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งตามที่ระบุชื่อไว้จำนวน 5 คนเป็นผู้รับรองฎีกา ให้จำเลยและได้ระบุชื่อ ส. ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไว้ด้วย เมื่อ ส. ได้สั่งคำร้องนี้แล้ว ศาลชั้นต้นไม่จำต้องส่งคำร้องของจำเลยไปให้ผู้พิพากษาอีก4 คน เพื่อพิจารณารับรองฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสามแล้วเห็นว่า ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาของจำเลยบางส่วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยเฉพาะข้อ (ก) และ (ค) ความละเอียดปรากฏในฎีกาของจำเลยทั้งสามแล้วและการที่จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นท่านแรกมีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ควรจะต้องส่งฎีกาและคำร้องขอให้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไปยังผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามที่จำเลยทั้งสามกล่าวนามในคำร้องอีก 4 ท่าน เพื่อพิจารณารับรองฎีกาของจำเลย แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นก็หาได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสามและยกเลิกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาและคำร้องขอให้รับรองฎีกาต่อไปให้ผู้พิพากษาอีก 4 ท่าน เพื่อท่านใดท่านหนึ่งจะเห็นสมควรรับรองฎีกาของจำเลยทั้งสามในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำสู่การพิจารณาของศาลฎีกาต่อไป โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ.2484 มาตรา 11, 69 วรรคสอง, 73 วรรคสอง,74, 74 ทวิ, 74 จัตวา และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานมีไม้ยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นส่งฎีกาของจำเลยทั้งสามไปให้นายวิวรรต นิ่มละมัย หรือนางสาวสุนิสา สมประสงค์ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้น หรือนายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล หรือนางสาวสมลักษณ์

จัดกระบวนพล หรือนายศักดิ์ชัย ทัศนชัยกุลซึ่งเป็นผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสามแล้ว เห็นว่าไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา ไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 51, 50)จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55)คำสั่งวันที่ 17 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2538พิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยทั้งสามอ้างว่าเมื่อศาลชั้นต้นโดยนางสาวสุนิสา สมประสงค์ มีคำสั่งไม่รับรองฎีกาของจำเลยทั้งสามแล้วนางสาวสุนิสาจะต้องส่งคำร้องขอให้รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไปให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อีก 4 คน เพื่อพิจารณารับรองฎีกาของจำเลยทั้งสามต่อไปนั้น

เห็นว่า ตามคำร้องขอให้รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยทั้งสามได้ขอให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งตามที่ระบุชื่อไว้จำนวน 5 คน เป็นผู้รับรองฎีกาให้จำเลยทั้งสาม และได้ระบุชื่อนางสาวสุนิสาผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นไว้ด้วย เมื่อนางสาวสุนิสาได้สั่งคำร้องนี้แล้ว ศาลชั้นต้นไม่จำต้องส่งคำร้องของจำเลยทั้งสามไปให้ผู้พิพากษาอีก 4 คน เพื่อพิจารณารับรองฎีกาของจำเลยทั้งสามอีกต่อไป ส่วนที่จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอ้างว่าเป็นฎีกาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสาม ข้อ 2(ก) และ(ค) ที่ว่า ไม้ที่จำเลยที่ 1ตัดไม่ใช่ไม้ในป่า จำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าเป็นไม้หวงห้ามจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองไม้ของกลางเพียงคนเดียวจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่ใช่ผู้ครอบครองด้วย และหากจำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นเจ้าของไม้และครอบครองด้วยก็ต้องแบ่งกันรับผิด

จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 69 วรรคแรก และมาตรา 73 วรรคแรก นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำไม้และมีไม้หวงห้ามตามฟ้องไว้ในครอบครอง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้อง ทั้งในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสามเพียงแต่อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ดังนี้จำเลยทั้งสามจะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นดังที่ฎีกามาอีกไม่ได้เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย และเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้