Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55824)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาใน ศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมายหาใช่ปัญหา ข้อกฎหมายไม่ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามทั้งฉบับ จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้เมื่อผู้เสียหายมิได้มีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจึงไม่มี อำนาจทำการสอบสวน เมื่อการสอบสวนไม่ชอบโจทก์จึงไม่มี อำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107) ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา นางสาวสายพินหรือต้อยยืนยงค์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยไม่เคย ทำผิดมาก่อนโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี หากจำเลย ไม่ชำระค่าปรับให้ดำเนินการตามมาตรา 29,30 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 102) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยฎีกาอ้างเป็นข้อกฎหมายว่าโจทก์ร่วมไม่ได้ร้องทุกข์ การแจ้งความที่ฟังจากพยานโจทก์หาเป็นการร้องทุกข์ มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนไม่ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง ซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1986/2538พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครปฐมโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวสายพินหรือต้อย ยืนยงค์โจทก์นายบุญมี อรชรจำเลยนายบุญมี อรชร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาใน ศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมายหาใช่ปัญหา ข้อกฎหมายไม่ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามทั้งฉบับ จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าคดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้เมื่อผู้เสียหายมิได้มีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนจึงไม่มี อำนาจทำการสอบสวน เมื่อการสอบสวนไม่ชอบโจทก์จึงไม่มี อำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 107) ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา นางสาวสายพินหรือต้อยยืนยงค์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยไม่เคย ทำผิดมาก่อนโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี หากจำเลย ไม่ชำระค่าปรับให้ดำเนินการตามมาตรา 29,30 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 102) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยฎีกาอ้างเป็นข้อกฎหมายว่าโจทก์ร่วมไม่ได้ร้องทุกข์ การแจ้งความที่ฟังจากพยานโจทก์หาเป็นการร้องทุกข์ มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนไม่ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง ซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้