Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 5582)

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยนำพื้นที่อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ ของโจทก์บริเวณชั้น1บางส่วนไปให้ม. ส. และป. เช่าโดยไม่มีอำนาจต่อมาโจทก์ทราบเรื่องจึงให้ผู้เช่าทั้งสามรายทำสัญญาเช่ากับโจทก์เป็นเหตุให้ผู้เช่าทั้งสามรายไม่อาจหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิให้เช่าที่แท้จริงจึงไม่นำเงินค่าเช่ามาชำระแก่โจทก์แต่นำไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลางกรมบังคับคดีภายใต้เงื่อนไขว่าเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดโจทก์ติดต่อขอรับเงินแล้วแต่ไม่สามารถรับเงินได้การที่โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าเช่านี้เป็นผลโดยตรงอันเกิดจากการที่จำเลยไม่มีสิทธิให้เช่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์นั้นเห็นได้ว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่ทำให้โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าที่ผู้เช่าทั้งสามรายวางไว้นั้นเกิดจากการที่ผู้เช่าทั้งสามรายทำสัญญาเช่ากับโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่าแต่กลับนำเงินค่าเช่าไปวางณสำนักงานวางทรัพย์กลางโดยวางเงื่อนไขว่าจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดเป็นการกระทำของผู้เช่าทั้งสามรายไม่ใช่การกระทำของจำเลยการที่โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าได้ก็เพราะมีเงื่อนไขดังกล่าวที่ผู้เช่าทั้งสามรายกำหนดไว้มิใช่เพราะว่าจำเลยไปคัดค้านการขอรับเงินของโจทก์แต่อย่างใดทั้งจำเลยได้ทำสัญญากับผู้เช่าทั้งสามรายมาก่อนการวางทรัพย์จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์อันเป็นเหตุให้โจทก์รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า จำเลยซึ่งไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์นำเอาพื้นที่อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ของโจทก์บริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารในพื้นที่ตำแหน่งไลน์ที่ 23ถึง 24 จีเอช เนื้อที่ 8.40 ตารางเมตร ห้องเลขที่ 27 เนื้อที่9.60 ตารางเมตร และห้องเลขที่ 85 เนื้อที่ 6.03 ตารางเมตรไปให้นายมณเฑียร พงศะบุตร นางสาวสายศร ปุรารัตน์ และนายปิยะวัฒน์ ภูมิคง เช่ามีกำหนด 1 ปี ต่อมาโจทก์ทราบเรื่องโจทก์จึงแจ้งให้บุคคลทั้งสามทราบว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และเป็นผู้ทรงสิทธิเหนือสถานที่เช่าที่แท้จริง บุคคลทั้งสามจึงได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ การที่บุคคลทั้งสามทำสัญญาเช่ากับโจทก์และจำเลยด้วย

ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิให้เช่าที่แท้จริง จึงไม่นำเงินค่าเช่ามาชำระให้แก่โจทก์ แต่นำไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลางกรมบังคับคดี ภายใต้เงื่อนไขว่าเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด โจทก์ติดต่อขอรับเงินตามสิทธิของโจทก์แล้วแต่ไม่สามารถรับได้การที่โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางเป็นผลโดยตรงอันเกิดจากจำเลยไม่มีสิทธิให้เช่า ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิให้เช่าสถานที่เช่ามาบุญครองเซ็นเตอร์ ของโจทก์ชั้นที่ 1 ตำแหน่งไลน์ที่ 23ถึง 24 จีเอช ห้องที่ 27 และ 85 ตามแผนผังเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ทั้งสามสำนวน และแสดงว่าโจทก์เป็นผู้ให้เช่าหรือเป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริงของนายมณเฑียร

นางสาวสายศรและนายปิยะวัฒน์ผู้เช่าตามสัญญาเช่าลงวันที่ 5, 15, และ 31(ที่ถูกวันที่ 5, 10 และ 15 ) มีนาคม 2534 ให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิรับเงินที่นายมณเฑียร นางสาวสายศรและนายปิยะวัฒน์วางไว้ต่อสำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี และที่จะวางทรัพย์ต่อไปเป็นรายเดือนทุกเดือนตามสิทธิของโจทก์เดือนละ 16,800บาท 19,200, บาท และ 12,060 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2534ตลอดไปขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับนายมณเฑียรนางสาวสายศรและนายปิยะวัฒน์และห้ามไม่ให้จำเลยสอดเข้าเกี่ยวข้องหรือทำนิติกรรมสัญญาใด ๆ ผูกพันพื้นที่อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์เลขที่ 444 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินค่าเช่าและค่าบริการจำนวน16,800 บาท, 19,200 บาท และ 12,060 บาท

ต่อเดือน นับตั้งแต่วันที่นายมณเฑียร นางสาวสายศรและนายปิยะวัฒน์นำไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี เป็นรายเดือนทุกเดือนตลอดไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริงและมีสิทธิรับเงินจากสำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดีจำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะบุคคลที่มีชื่อเป็นกรรมการ ทั้งสามสำนวนไม่ใช่กรรมการของโจทก์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองพื้นที่เช่าดังกล่าวจึงไม่สามารถนำไปให้ผู้ใดเช่าได้ แต่จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองพื้นที่เช่าดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธินำพื้นที่ดังกล่าวออกให้เช่าได้จำเลยมิได้กระทำการใด ๆโดยผิดกฎหมายต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและบังคับจำเลยตามฟ้อง

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิให้เช่าสถานที่เช่าอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ของโจทก์ชั้นหนึ่งตำแหน่งไลน์ที่ 23 ถึง 24 จีเอช ห้องที่ 27 และ 85 ตามแผนผังเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 โจทก์เป็นผู้ให้เช่าหรือเจ้าหนี้ที่แท้จริงของนายมณเฑียร พงศะบุตร นางสาวสายศร ปุรารัตน์และนายปิยะวัฒน์ ภูมิคง ตามสัญญาเช่าลงวันที่ 5, 31 (ที่ถูก 10)และ 15 มีนาคม 2534 ตามลำดับ ให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิรับเงินที่นายมณเฑียร นางสาวสายศร และนายปิยวัฒน์วางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี และที่จะวางต่อไปเป็นรายเดือนตามที่เช่าจากโจทก์เดือนละ 16,800 บาท 19,200 บาทและ 12,060 บาท ตามลำดับ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2534 ตลอดไปจำเลยไม่มีสิทธิให้บุคคลใดเช่าสถานที่เช่าตามฟ้อง ให้เพิกถอนสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2534 และ 30 เมษายน 2534ระหว่างจำเลยกับนายมณเฑียร

นางสาวสายศรและนายปิยะวัฒน์คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลย ทั้ง สาม สำนวน อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ทั้ง สาม สำนวน ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ได้นำพื้นที่อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ของโจทก์บริเวณชั้นที่ 1 บางส่วนไปให้นายมณเฑียร พงศะบุตรนางสาวสายศร ปุรารัตน์ และนายปิยวัฒน์ ภูมิคง เช่าโดยไม่มีอำนาจ ต่อมาโจทก์ทราบเรื่องจึงได้ให้ผู้เช่าทั้งสามรายทำสัญญาเช่ากับโจทก์ เป็นเหตุให้ผู้เช่าทั้งสามรายไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิให้เช่าที่แท้จริง จึงไม่นำเงินค่าเช่ามาชำระให้แก่โจทก์ แต่นำไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี ภายใต้เงื่อนไขว่าเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด

โจทก์ติดต่อขอรับเงินแล้วแต่ไม่สามารถรับเงินได้ การที่โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางเป็นผลโดยตรงอันเกิดจากการที่จำเลยไม่มีสิทธิให้เช่าแต่จำเลยกลับนำไปให้ผู้เช่าทั้งสามรายเช่าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากค่าเช่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาดังกล่าวที่ทำให้โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าที่ผู้เช่าทั้งสามรายวางไว้ได้ เกิดจากการที่ผู้เช่าทั้งสามรายทำสัญญาเช่ากับโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่ากลับนำเงินค่าเช่าไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางโดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดซึ่งเป็นการกระทำของผู้เช่าทั้งสามรายไม่ใช่การการกระทำของจำเลย การที่โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าได้ก็เพราะมีเงื่อนไขดังกล่าวที่ผู้เช่าทั้งสามรายกำหนดไว้ มิใช่เพราะจำเลยไปคัดค้านการขอรับเงินของโจทก์แต่อย่างใด ทั้งจำเลยได้ทำสัญญากับผู้เช่าทั้งสามรายมาก่อนการวางทรัพย์ จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์

อันเป็นเหตุให้โจทก์รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยปัญหานี้แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเนื่องจากไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เหล็ก ไทรวิจิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้