Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55802)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า กิจการซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ให้สัตยาบันไว้มีผลบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ตามมาตรา 1108(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย จากศาลสูง และการที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่า และขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า ขณะยื่นฟ้องเดือนละ 20,000 บาท จึงเป็นกรณีเข้าข้อยกเว้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 248 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สามารถฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 92 แผ่นที่ 4) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างชำระพร้อม ดอกเบี้ยถึงวันที่สัญญาเช่าเลิกกันเป็นเงินจำนวน 101,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงินค่าเช่า ที่ค้างชำระ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระ ให้โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็น เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่า จำเลยจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้ชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจาก สถานที่เช่า และส่งมอบสถานที่เช่าคืนแก่โจทก์เสร็จสิ้น และ ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากสถานที่เช่าและห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องในสถานที่เช่าอีกต่อไป จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 89) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91) คำสั่ง คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ มี ค่าเช่าขณะยื่นฟ้องเกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบ คดีไม่ต้องมีคำสั่งคำร้องของ โจทก์ข้ออื่นอีก ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1859/2538บริษัทแอร์ฟิลด์ จำกัดโจทก์นายรัตนชัยหรือรัตน์ชัย ดีเลิศยืนยงจำเลยบริษัทแอร์ฟิลด์ จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคสองความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า กิจการซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ให้สัตยาบันไว้มีผลบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ตามมาตรา 1108(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย จากศาลสูง และการที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่า และขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า ขณะยื่นฟ้องเดือนละ 20,000 บาท จึงเป็นกรณีเข้าข้อยกเว้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 248 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สามารถฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงได้

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 92 แผ่นที่ 4) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างชำระพร้อม ดอกเบี้ยถึงวันที่สัญญาเช่าเลิกกันเป็นเงินจำนวน 101,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงินค่าเช่า ที่ค้างชำระ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระ ให้โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็น เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่า จำเลยจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้ชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจาก

สถานที่เช่า และส่งมอบสถานที่เช่าคืนแก่โจทก์เสร็จสิ้น และ ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากสถานที่เช่าและห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องในสถานที่เช่าอีกต่อไป จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 89) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91) คำสั่ง คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ มี ค่าเช่าขณะยื่นฟ้องเกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบ คดีไม่ต้องมีคำสั่งคำร้องของ โจทก์ข้ออื่นอีก ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้