Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55789)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยและรับฟัง พยานหลักฐานของศาล จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคแรก จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การที่โจทก์ ได้พูดกับนายวีระชัยซึ่งเป็นนายจ้างต่อหน้าพนักงานของจำเลยประมาณ 20 คน เป็นการกระทำที่น่าจะทำให้นายวีระชัยเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และเกิดความเสียหายอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลต้องพิจารณาถึงมูลเหตุแห่งการ เลิกจ้างประกอบการกำหนดค่าเสียหาย และการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 โปรดมีคำสั่งให้ รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 49) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าจำนวน 33,200 บาท ค่าเสียหายในการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำนวน 199,200 บาท ค่าชดเชยจำนวน 199,200 บาท และค่าจ้าง ค้างจำนวน 14,700 บาทให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 44) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยตามประเด็นทุกข้อ ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่า โจทก์พูดว่าโจทก์เป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ลูกผู้หญิงไม่ได้นุ่งกระโปรงคำพูดดังกล่าวไม่เป็น หมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นซึ่งหน้าอันเป็นความผิดอาญาจำเลยอุทธรณ์สรุปได้ว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบฟังได้ว่า โจทก์กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจให้นายจ้าง เสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยเป็นการร้ายแรง อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1803/2538นายสุรพร โชคศักดิ์ศรีกุลโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยแลนด์เอ็กสเพรสแทรนสพอร์ทจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยแลนด์เอ็กสเพรสแทรนสพอร์ท จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยและรับฟัง พยานหลักฐานของศาล จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคแรก จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การที่โจทก์ ได้พูดกับนายวีระชัยซึ่งเป็นนายจ้างต่อหน้าพนักงานของจำเลยประมาณ 20 คน เป็นการกระทำที่น่าจะทำให้นายวีระชัยเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และเกิดความเสียหายอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลต้องพิจารณาถึงมูลเหตุแห่งการ เลิกจ้างประกอบการกำหนดค่าเสียหาย และการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 โปรดมีคำสั่งให้ รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 49)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าจำนวน 33,200 บาท ค่าเสียหายในการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำนวน 199,200 บาท ค่าชดเชยจำนวน 199,200 บาท และค่าจ้าง ค้างจำนวน 14,700 บาทให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 44) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยตามประเด็นทุกข้อ ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่า โจทก์พูดว่าโจทก์เป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ลูกผู้หญิงไม่ได้นุ่งกระโปรงคำพูดดังกล่าวไม่เป็น หมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นซึ่งหน้าอันเป็นความผิดอาญาจำเลยอุทธรณ์สรุปได้ว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบฟังได้ว่า โจทก์กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจให้นายจ้าง เสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยเป็นการร้ายแรง อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · พรชัย สมรรถเวช · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้