Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55787)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า การที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 1ให้มีการรอการลงโทษไว้ 1 ปี นั้น โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1ไม่เคยกระทำความผิดอาญามาก่อน เป็นการวินิจฉัยโดยรับฟังพยานหลักฐาน ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน และฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เคยกระทำผิดอาญามาก่อน การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องปกติธรรมดา ในการประกอบธุรกิจการค้า และโจทก์ร่วมยังมีสิทธิที่จะ ฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ในทางแพ่งได้ อีกทั้ง พฤติการณ์แห่งคดีถือว่าไม่ร้ายแรง โดยให้รอการลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ก่อน เป็นการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐาน ที่ไม่ปรากฏอยู่ในสำนวนความมาประกอบในการลงโทษจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วม ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดบีแอลอีควิปเมนท์ ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4(1)(2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 20,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 2897/2535 ของศาลนี้ เห็นว่าคดีดังกล่าว ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงไม่นับโทษต่อให้ ยกคำขอ ในส่วนนี้เสีย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 20,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 91) โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1794/2538พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดบีแอลอีควิปเมนท์โจทก์นายณรงค์ชัย คลีดิษฐ์ กับพวกจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดบีแอลอีควิปเมนท์ โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า การที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 1ให้มีการรอการลงโทษไว้ 1 ปี นั้น โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1ไม่เคยกระทำความผิดอาญามาก่อน เป็นการวินิจฉัยโดยรับฟังพยานหลักฐาน ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน และฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เคยกระทำผิดอาญามาก่อน การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องปกติธรรมดา ในการประกอบธุรกิจการค้า และโจทก์ร่วมยังมีสิทธิที่จะ

ฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ในทางแพ่งได้ อีกทั้ง พฤติการณ์แห่งคดีถือว่าไม่ร้ายแรง โดยให้รอการลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ก่อน เป็นการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐาน ที่ไม่ปรากฏอยู่ในสำนวนความมาประกอบในการลงโทษจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วม ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดบีแอลอีควิปเมนท์ ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4(1)(2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 เดือน

รวม 2 กระทง จำคุก 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 20,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 2897/2535 ของศาลนี้ เห็นว่าคดีดังกล่าว ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงไม่นับโทษต่อให้ ยกคำขอ ในส่วนนี้เสีย ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 20,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 91) โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต เพชรปลูก · อากาศ บำรุงชีพ · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้