Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55756)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลให้ทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การที่โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่น ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่มีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 626/60 แขวงคลองต้นไทรเขตคลองสาน กรุงเทพมหานครและส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อยให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 46) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและราษฎร รายอื่น ๆ เพื่อนำที่พิพาทไปสร้างศูนย์การค้าแสวงหาผลกำไร ทั้ง ๆ ที่พิพาทได้มาโดยการรับบริจาค เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110 และโจทก์กระทำ การฝ่าฝืนต่อกฎหมายมิได้จัดประชุมคณะกรรมการมูลนิธิโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน คดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แต่เป็นการฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมี ค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเดือนละสามร้อยบาท ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1516/2538มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยโจทก์นางสุรัตน์ สร้อยพึ่งจำเลยนายชัช จิตติพงศ์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลให้ทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การที่โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่น ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่มีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 626/60 แขวงคลองต้นไทรเขตคลองสาน กรุงเทพมหานครและส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อยให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 46) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและราษฎร รายอื่น ๆ เพื่อนำที่พิพาทไปสร้างศูนย์การค้าแสวงหาผลกำไร ทั้ง ๆ ที่พิพาทได้มาโดยการรับบริจาค เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110 และโจทก์กระทำ การฝ่าฝืนต่อกฎหมายมิได้จัดประชุมคณะกรรมการมูลนิธิโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน คดีนี้เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แต่เป็นการฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมี ค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเดือนละสามร้อยบาท ไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้