Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55743)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2538 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงิน 100,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ขอให้ศาลงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้คดีอาญาเลิกกัน ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องของจำเลยว่า สั่งในรายงาน และได้มีคำสั่งเพิ่มเติมว่าจำเลยแถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวและได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยฟังเป็นการ ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบ เพราะจำเลยยื่นคำร้อง ดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้น จะต้องส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่ง ศาลชั้นต้น จะสั่งคำร้องดังกล่าวเองไม่ได้ และเงินจำนวน 100,000 บาท นั้นเป็นเงินที่จำเลยนำมาวางเพื่อชำระหนี้โจทก์ตามที่ได้ ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 โดยไม่มีเงื่อนไข เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้จำเลยรับเงินดังกล่าวคืนไป จึงไม่ถูกต้อง ขอให้ศาล มีคำสั่งให้ยกเลิกกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2538 ทั้งหมด โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1) เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมโทษทั้งสองกระทง เป็นจำคุก 4 เดือน ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เมื่อวันที่7 เมษายน 2538 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงิน จำนวน 100,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระให้แก่โจทก์ ขอให้ศาล มีคำสั่งให้งดอ่านคำพิพากษาและมีคำสั่งให้คดีอาญาเลิกกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าสั่งในรายงานและมีคำสั่งเพิ่มเติมว่า จำเลยแถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษา จึงบันทึกไว้ (อันดับ 87) ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอรับเงินจำนวน 100,000 บาทที่จำเลยวางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต(อันดับ 89) โจทก์ฎีกา (อันดับ 100) โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบหรือไม่นั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้วก็เห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลย ศาลฎีกา เห็นว่า คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปโดยจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์เพื่อให้คดีอาญาเลิกกันศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป ครั้นถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องในวันนัดว่าได้นำเงินมาวางศาลเพื่อให้โจทก์รับไปขอให้งดการอ่านคำพิพากษา และมีคำสั่งว่าคดีอาญาเลิกกัน ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า สั่งในรายงานฯ และมีคำสั่งเพิ่มเติมต่อมาว่าจำเลย แถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษาจึงบันทึกไว้ แล้วอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่าสั่งในรายงานฯ แล้วมิได้มีคำสั่งนั้นแต่อย่างใด เท่ากับยังมิได้สั่งรับคำร้องนั้น เมื่อจำเลยแถลงด้วยวาจา ขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งพอแปลได้ว่า ขอถอนคำร้อง ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นนั้นเสียเพราะเป็นการขอทราบคำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ประสงค์จะให้คดีอาญาเลิกกันโดย การชำระเงินให้โจทก์ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไป จึงเป็นการ ดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1459/2538นายแพทย์ชุมพล พัวรัตนอรุณกรโจทก์นางรัตนาภรณ์ ว่องวานิชจำเลยนายชำนาญ กองแก้ว ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 182ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2538 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงิน 100,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ขอให้ศาลงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้คดีอาญาเลิกกัน ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องของจำเลยว่า สั่งในรายงาน และได้มีคำสั่งเพิ่มเติมว่าจำเลยแถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวและได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยฟังเป็นการ

ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบ เพราะจำเลยยื่นคำร้อง ดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้น จะต้องส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่ง ศาลชั้นต้น จะสั่งคำร้องดังกล่าวเองไม่ได้ และเงินจำนวน 100,000 บาท นั้นเป็นเงินที่จำเลยนำมาวางเพื่อชำระหนี้โจทก์ตามที่ได้ ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 โดยไม่มีเงื่อนไข เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้จำเลยรับเงินดังกล่าวคืนไป จึงไม่ถูกต้อง ขอให้ศาล มีคำสั่งให้ยกเลิกกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2538 ทั้งหมด โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4(1) เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมโทษทั้งสองกระทง เป็นจำคุก 4 เดือน ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เมื่อวันที่7 เมษายน 2538 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงิน จำนวน 100,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระให้แก่โจทก์ ขอให้ศาล มีคำสั่งให้งดอ่านคำพิพากษาและมีคำสั่งให้คดีอาญาเลิกกัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าสั่งในรายงานและมีคำสั่งเพิ่มเติมว่า จำเลยแถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษา จึงบันทึกไว้ (อันดับ 87) ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอรับเงินจำนวน 100,000 บาทที่จำเลยวางไว้ต่อศาลชั้นต้นคืน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต(อันดับ 89)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา (อันดับ 100) โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 99)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบหรือไม่นั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้วก็เห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลย ศาลฎีกา เห็นว่า คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปโดยจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์เพื่อให้คดีอาญาเลิกกันศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป ครั้นถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องในวันนัดว่าได้นำเงินมาวางศาลเพื่อให้โจทก์รับไปขอให้งดการอ่านคำพิพากษา และมีคำสั่งว่าคดีอาญาเลิกกัน

ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า สั่งในรายงานฯ และมีคำสั่งเพิ่มเติมต่อมาว่าจำเลย แถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษาจึงบันทึกไว้ แล้วอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่าสั่งในรายงานฯ แล้วมิได้มีคำสั่งนั้นแต่อย่างใด เท่ากับยังมิได้สั่งรับคำร้องนั้น เมื่อจำเลยแถลงด้วยวาจา ขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งพอแปลได้ว่า ขอถอนคำร้อง ที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นนั้นเสียเพราะเป็นการขอทราบคำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ประสงค์จะให้คดีอาญาเลิกกันโดย การชำระเงินให้โจทก์ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไป จึงเป็นการ ดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวิช กำเนิดเพชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้