Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5570/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีข้อพิรุธและขาดเหตุผลอยู่หลายประการ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง และยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ สำหรับ ข้อหาฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น แม้จำเลยทั้งสี่จะไม่ฎีกา และยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แต่คดีนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด และความผิดข้อหา ดังกล่าวเป็นความผิดที่มีข้อเท็จจริงเดียวกันกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ ในครอบครองเพื่อ จำหน่าย และจำหน่ายดังกล่าวมาแล้ว เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ เป็นชุดเดียวกันมีพิรุธเป็นที่สงสัยลงโทษจำเลยทั้งสี่ไม่ได้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ที่จะยกฟ้องถึงข้อหาความผิดฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดย ไม่ได้รับอนุญาตได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 91, 83 และสั่งริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือของกลาง กับนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1532/2540 ของศาลชั้นต้น และสั่งคืนธนบัตรจำนวน500 บาท ที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 57, 91 และจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสองการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน

จำคุกคนละ1 ปี ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 8 ปีฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 5 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 ฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายคนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 15 ปี จำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 14 ปี คำรับชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสี่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสี่คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีกำหนดคนละ 11 ปี 3 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 10 ปี 6 เดือน นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4155/2540 ของศาลชั้นต้น

ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือของกลาง คืนธนบัตรจำนวน 500 บาท ที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง กับข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือไม่ ส่วนข้อหาฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนจำเลยทั้งสี่ไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์มีสิบตำรวจตรีอนุชา เทพรอด พลตำรวจสมัครประเสริฐ เวียงแก้ว และพันตำรวจตรีมนตรี แป้นเจริญ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสี่มาเบิกความได้ความทำนองเดียวกันว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ สืบทราบว่าที่บ้านเกิดเหตุมีการมั่วสุมเสพและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงวางแผนเพื่อจับกุม วันเกิดเหตุเวลาประมาณ17 นาฬิกา

พันตำรวจตรีมนตรีได้นำธนบัตรฉบับละ 500 บาท จำนวน 1 ฉบับ ไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้ตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 กำหนดให้สิบตำรวจตรีอนุชากับพลตำรวจสมัครประเสริฐเป็นผู้นำธนบัตรที่เตรียมไว้ไปทำการล่อซื้อส่วนพันตำรวจตรีมนตรีกับพวกจะตามไปซุ่มดูเหตุการณ์ห่างบ้านเกิดเหตุประมาณ50 เมตร หากสิบตำรวจตรีอนุชากับพลตำรวจสมัครประเสริฐซื้อเมทแอมเฟตามีนได้ก็ให้วิทยุแจ้งให้ทราบเพื่อเข้าจับกุม สิบตำรวจตรีอนุชาและพลตำรวจสมัครประเสริฐขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในบ้านเกิดเหตุ พบจำเลยทั้งสี่กำลังนั่งล้อมวงเสพเมทแอมเฟตามีนกันอยู่โดยมีกระดาษตะกั่วเป็นอุปกรณ์ในการเสพ สิบตำรวจตรีอนุชาเป็นผู้เข้าไปขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ส่งเมทแอมเฟตามีนให้ 5 เม็ด

ราคา 500 บาท จำเลยที่ 1 รับเงินแล้วเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา จากนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 พูดว่าจะออกไปดูเส้นทางหน่อย เผื่อมีตำรวจมา แล้วจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ก็ออกไป สักครู่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ก็วิ่งกลับมาตะโกนว่ามีตำรวจมาขณะเดียวกันพันตำรวจตรีมนตรีกับพวกก็ตามจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เข้ามา สิบตำรวจตรีอนุชากับพลตำรวจสมัครประเสริฐจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ สิบตำรวจตรีอนุชาจับข้อมือจำเลยที่ 1 ไว้ จำเลยที่ 1 ผลักอกสิบตำรวจตรีอนุชา เกิดการกอดปล้ำกันล้มลง จำเลยที่ 2 และที่ 4 จะเข้าช่วยจำเลยที่ 1 พลตำรวจสมัครประเสริฐจึงจะจับจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 4 เข้าขัดขวางและผลักอกพลตำรวจสมัครประเสริฐล้มลงพอดีพันตำรวจตรีมนตรีกับพวกตามมาทันจึงจับกุมจำเลยทั้งสี่ไว้

สิบตำรวจตรีอนุชารายงานเหตุการณ์ให้พันตำรวจตรีมนตรีทราบและมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5 เม็ดที่ซื้อได้ให้พันตำรวจตรีมนตรี พันตำรวจตรีมนตรีค้นตัวจำเลยที่ 1 พบธนบัตรจำนวน500 บาท ที่กระเป๋ากางเกงข้างขวาของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบแล้วตรงกับที่ถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้ จากการตรวจค้นบริเวณดังกล่าวพบเมทแอมเฟตามีนอยู่ในถุงพลาสติกแบบเปิดปิดได้อีกจำนวน 184 เม็ด และพบกระดาษตะกั่วมีรอยเผาไหม้ 1 ชิ้นจึงยึดเป็นของกลาง ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวจะมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและรับฟังได้เพียงใด เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวมีข้อพิรุธน่าสงสัยอยู่หลายประการว่า ความจริงจะเป็นดังที่เบิกความหรือไม่ เช่น

สิบตำรวจตรีอนุชาและพลตำรวจสมัครประเสริฐเบิกความถึงการล่อซื้อว่า เมื่อขับรถจักรยานยนต์ไปถึงบ้านเกิดเหตุพบจำเลยทั้งสี่กำลังล้อมวงเสพเมทแอมเฟตามีนกันอยู่โดยมีกระดาษตะกั่วเป็นอุปกรณ์การเสพ สิบตำรวจตรีอนุชาเข้าไปขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5 เม็ด มามอบให้ แล้วสิบตำรวจตรีอนุชามอบธนบัตร 500 บาท ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เก็บธนบัตรไว้ที่กระเป๋ากางเกงข้างขวาโดยไม่ปรากฏรายละเอียดเลยว่า จำเลยทั้งสี่ล้อมวงเสพเมทแอมเฟตามีนอยู่บริเวณส่วนใดของบ้านเกิดเหตุ สิบตำรวจตรีอนุชาขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวนกี่เม็ด ราคาเม็ดละเท่าใด จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาจากไหน และเมื่อมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่สิบตำรวจตรีอนุชาแล้ว

จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนเก็บไว้ที่ใด เป็นคำเบิกความที่เลื่อนลอยขาดน้ำหนักที่จะรับฟัง ที่พันตำรวจตรีมนตรีเบิกความว่า ก่อนวางแผนเพื่อจับกุมได้สืบทราบว่าที่บ้านเกิดเหตุมีการลักลอบเสพเมทแอมเฟตามีนและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ก็ไม่ได้ความชัดเจนว่า สืบทราบมาจากผู้ใด และผู้ใดเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อจับกุมจำเลยทั้งสี่ได้ พันตำรวจตรีมนตรีเบิกความว่า หลังจากตรวจสอบธนบัตรที่ค้นได้จากจำเลยที่ 1 แล้ว ตรวจค้นบริเวณโรงรถพบเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวน 184 เม็ด และกระดาษตะกั่วซองบุหรี่ 1 ชิ้น จึงยึดเป็นของกลาง โดยไม่ปรากฏว่าพบเมทแอมเฟตามีนและกระดาษตะกั่วซองบุหรี่บริเวณส่วนใดของโรงรถเป็นคำเบิกความที่ขาดน้ำหนักเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังปรากฏในบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งทำที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองราชบุรีเกี่ยวกับการยึดของกลางที่ระบุในรายการที่ 5 ว่า รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียน พ-2659 ราชบุรี แต่มีการขีดฆ่าข้อความดังกล่าวออกโดยที่ไม่ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร อันเป็นข้อพิรุธน่าสงสัยอีกประการหนึ่ง ในการสอบสวนคดีนี้ ร้อยตำรวจโทชิดชัยเหมือนเขียว พนักงานสอบสวนไม่ได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และทำแผนที่แสดงสถานที่เกิดเหตุไว้เพื่อแสดงให้เห็นสภาพของสถานที่เกิดเหตุว่า มีสภาพอย่างไร พยานเข้าไปพบจำเลยทั้งสี่ในลักษณะใด ค้นของกลางได้จากบริเวณใดของที่เกิดเหตุ เกี่ยวกับการต่อสู้ขัดขวางการจับกุม

ก็มีพิรุธน่าสงสัยว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหากจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ออกมาจากสถานที่เกิดเหตุเมื่อพบกับพันตำรวจตรีมนตรีกับพวกแล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จะวิ่งกลับไปยังที่เกิดเหตุอีกประกอบกับจำเลยทั้งสี่ต่างนำสืบว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไปจากบ้านเกิดเหตุโดยไม่มีข้อกล่าวหาอะไร จำเลยที่ 1 ทราบข่าวจึงขับรถยนต์ติดตามไปก็ถูกจับกุมด้วย ดังนี้ กรณีอาจเป็นไปดังที่จำเลยทั้งสี่นำสืบก็ได้ เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีข้อพิรุธและขาดเหตุผลอยู่หลายประการดังวินิจฉัยข้างต้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกประโยชน์แห่งความสงสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง และยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตและยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง สำหรับข้อหาฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นแม้จำเลยทั้งสี่จะไม่ฎีกาและยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ตาม แต่คดีนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด และความผิดข้อหาดังกล่าวเป็นความผิดที่มีข้อเท็จจริงเดียวกันกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายดังกล่าวมาแล้วเมื่อพยานหลักฐานของโจทก์เป็นชุดเดียวกันมีพิรุธเป็นที่สงสัยลงโทษจำเลยทั้งสี่ไม่ได้เช่นนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และ 225 ยกฟ้องถึงข้อหาความผิดฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตเสียด้วยได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนเสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · ประชา ประสงค์จรรยา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้