Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55676)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน200,000 บาท และฎีกาของผู้ร้องเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา ให้ผู้ร้องทั้งหมด ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องฎีกาเกี่ยวกับประเด็นการครอบครองที่ดินพิพาทของผู้ร้องไม่ใช่การครอบครองที่ดินแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ครบองค์ประกอบตามมาตรา 1382 แล้ว อีกทั้งการรับโอนที่ดินของผู้คัดค้านเป็นการรับโอนโดย ไม่สุจริต ตามมาตรา 1299 อันเป็นสาระสำคัญในคดี ซึ่งผู้ร้อง เห็นว่า เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง สมควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ ผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8816 ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านทิศตะวันตกบางส่วน เป็นเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวา เดิมที่ดินโฉนดดังกล่าวมีนางทองสุข บุญประถัมภ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมานางทองสุขได้โอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายอุดมพัฒน์วิชัยโชติ ผู้คัดค้านซึ่งรับโอนโดยไม่สุจริตขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 8816ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านทิศตะวันตกบางส่วนเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวา ตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายคำร้องอันดับ 1 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ นายอุดมพัฒน์วิชัยโชติ ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นจำนวนเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวาแต่ผู้ร้องได้อาศัยนางทองสุข บุญประถัมภ์ เป็นเนื้อที่เพียง12 ตารางวา และผู้คัดค้านซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากนางทองสุข บุญประถัมภ์ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องครอบครอง ที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของนางทองสุขเจ้าของที่ดินเดิมไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่ได้อาศัยสิทธิของนางทองสุข นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาเพียง 80,000 บาท ไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง และปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องที่ว่าผู้คัดค้านรับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 นั้น จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1070/2538นายอุดร แจ้งนพภาผู้ร้องนายอุดม พัฒน์วิชัยโชติผู้คัดค้านนายอุดร แจ้งนพภา ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรก, ม. 249 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน200,000 บาท และฎีกาของผู้ร้องเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา ให้ผู้ร้องทั้งหมด ผู้ร้องเห็นว่า

ผู้ร้องฎีกาเกี่ยวกับประเด็นการครอบครองที่ดินพิพาทของผู้ร้องไม่ใช่การครอบครองที่ดินแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ครบองค์ประกอบตามมาตรา 1382 แล้ว อีกทั้งการรับโอนที่ดินของผู้คัดค้านเป็นการรับโอนโดย ไม่สุจริต ตามมาตรา 1299 อันเป็นสาระสำคัญในคดี ซึ่งผู้ร้อง เห็นว่า เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง สมควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ ผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8816 ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านทิศตะวันตกบางส่วน เป็นเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวา เดิมที่ดินโฉนดดังกล่าวมีนางทองสุข บุญประถัมภ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมานางทองสุขได้โอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายอุดมพัฒน์วิชัยโชติ ผู้คัดค้านซึ่งรับโอนโดยไม่สุจริตขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 8816ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางด้านทิศตะวันตกบางส่วนเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวา ตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายคำร้องอันดับ 1 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ นายอุดมพัฒน์วิชัยโชติ ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นจำนวนเนื้อที่ 1 งาน 7 ตารางวาแต่ผู้ร้องได้อาศัยนางทองสุข บุญประถัมภ์ เป็นเนื้อที่เพียง12 ตารางวา และผู้คัดค้านซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากนางทองสุข บุญประถัมภ์ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 92) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องครอบครอง ที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของนางทองสุขเจ้าของที่ดินเดิมไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่ได้อาศัยสิทธิของนางทองสุข นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาเพียง 80,000 บาท ไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง และปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องที่ว่าผู้คัดค้านรับโอนที่ดินมาโดยไม่สุจริต ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 นั้น จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้