Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55665)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เป็นการชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยเสีย จึงเป็นกรณี ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่ง ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีใหม่ได้ต้องมีคำสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องใหม่ก่อนตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ แต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์เลยโดยไม่เปิดโอกาส ให้จำเลยที่ 1 ให้ทนายความได้ซักค้านในชั้นไต่สวน มูลฟ้องใหม่นี้ซึ่งขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคท้าย คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาคดีใหม่ เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา แม้ศาลอุทธรณ์จะสั่งยืนตามศาลชั้นต้นก็ตาม โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าโจทก์ไม่จงใจผิดนัดไม่มาศาล และอนุญาตให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยที่ 1 ที่ 2ต่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์อ้างว่าคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษาคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา และไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ทันที ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า แม้ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่คำพิพากษาดังกล่าวมิใช่เป็นข้อชี้ขาดตัดสินคดี เมื่อศาลชั้นต้นได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เพื่อให้มี คำพิพากษาชี้ขาดต่อไป คำสั่งดังกล่าวย่อมเป็นคำสั่งระหว่าง พิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้จำเลย อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยเสีย จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวนอันดับ 3) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 4)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธ ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ดังกล่าวจึงเป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่งนี้อีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1046/2538นายเจริญ คล้ายมาลี กับพวกโจทก์นางวรรณดา แจ่มสุธี กับพวกจำเลยนางวรรณดา แจ่มสุธี จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 198 ทวิความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เป็นการชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยเสีย จึงเป็นกรณี ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่ง ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีใหม่ได้ต้องมีคำสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องใหม่ก่อนตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ แต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์เลยโดยไม่เปิดโอกาส ให้จำเลยที่ 1 ให้ทนายความได้ซักค้านในชั้นไต่สวน มูลฟ้องใหม่นี้ซึ่งขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคท้าย คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาคดีใหม่ เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา

แม้ศาลอุทธรณ์จะสั่งยืนตามศาลชั้นต้นก็ตาม โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าโจทก์ไม่จงใจผิดนัดไม่มาศาล และอนุญาตให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยที่ 1 ที่ 2ต่างอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์อ้างว่าคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษาคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา และไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ทันที

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า แม้ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์แต่คำพิพากษาดังกล่าวมิใช่เป็นข้อชี้ขาดตัดสินคดี เมื่อศาลชั้นต้นได้สั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เพื่อให้มี คำพิพากษาชี้ขาดต่อไป คำสั่งดังกล่าวย่อมเป็นคำสั่งระหว่าง พิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้จำเลย อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยเสีย จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(ถ้อยคำสำนวนอันดับ 3) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (ถ้อยคำสำนวนอันดับ 4)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธ ของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ดังกล่าวจึงเป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่งนี้อีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้