Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55652)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้ย้าย ที่ทำการงานไปยังสำนักงานใหม่เลขที่ 170/7 อาคาร โอเชี่ยนทาวเวอร์1ชั้น3ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2536 และทนายจำเลยที่ 2 ได้ย้ายที่ทำการงานไปยัง สำนักงานใหม่เลขที่ 33/51 หมู่ 13 ถนนสุขาภิบาล 1 ลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่29 เมษายน 2536 แต่เจ้าหน้าที่เดินหมายได้นำหมายเรียกและ สำเนาฎีกาไปส่งให้แก่จำเลยที่ 2 ณ ภูมิลำเนาเดิมตามคำฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงยังไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาฎีกาดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ทราบเรื่องโจทก์ฎีกา เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2538 จำเลยที่ 2 มีความประสงค์จะยื่นคำแก้ฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 2 หรือ ทนายจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาใหม่ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีชั้นฎีกาคำสั่งจำหน่ายคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ ค่าเสียหายจำนวน 1,597,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัด ยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์หมายแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 2 ทราบ ให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งฟ้อง ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมีรายงานเจ้าหน้าที่ว่าโจทก์ไม่ได้นำส่งหมายภายในเวลาที่ ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเพราะโจทก์ไม่ได้จงใจไม่วางเงินค่านำส่งหมายนัด สืบพยานโจทก์ให้แก่ทนายจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้ลงชื่อไว้ท้ายคำร้องทราบคำสั่งของศาลในวันที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถือว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งในวันนั้นแล้ว ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาฎีกาต่อมาพนักงานเดินหมายมีรายงานการเดินหมายว่า บริษัทจำเลยที่ 2 ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจึงปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาล (อันดับ 79,80) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ย้ายสำนักทำการงานไปแล้ว การที่พนักงานเดินหมายยังคงปิดหมายตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้น กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74(2) มาตรา 79 วรรคหนึ่ง จึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาฎีกา คำสั่งและหมายนัดแก่จำเลยที่ 2 ณ สำนักงานปัจจุบัน หรือที่ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 2 ตามที่ปรากฏท้ายคำร้องฉบับ ลงวันที่ 10 เมษายน 2538

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1004/2538บริษัทสามัคคีประกันภัย จำกัดโจทก์บริษัทอัลลิมิเต็ด เอ็กซ์เพลส จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทบางกอกชิปปิ้ง เอเย่นซี จำกัด จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 74 (2), ม. 79 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้ย้าย ที่ทำการงานไปยังสำนักงานใหม่เลขที่ 170/7 อาคาร โอเชี่ยนทาวเวอร์1ชั้น3ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2536 และทนายจำเลยที่ 2 ได้ย้ายที่ทำการงานไปยัง สำนักงานใหม่เลขที่ 33/51 หมู่ 13 ถนนสุขาภิบาล 1 ลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่29 เมษายน 2536 แต่เจ้าหน้าที่เดินหมายได้นำหมายเรียกและ สำเนาฎีกาไปส่งให้แก่จำเลยที่ 2 ณ ภูมิลำเนาเดิมตามคำฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงยังไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาฎีกาดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ทราบเรื่องโจทก์ฎีกา เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2538 จำเลยที่ 2 มีความประสงค์จะยื่นคำแก้ฎีกา

โปรดมีคำสั่ง ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 2 หรือ ทนายจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาใหม่ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีชั้นฎีกาคำสั่งจำหน่ายคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ ค่าเสียหายจำนวน 1,597,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัด ยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์หมายแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 2 ทราบ ให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งฟ้อง ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมีรายงานเจ้าหน้าที่ว่าโจทก์ไม่ได้นำส่งหมายภายในเวลาที่

ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเพราะโจทก์ไม่ได้จงใจไม่วางเงินค่านำส่งหมายนัด สืบพยานโจทก์ให้แก่ทนายจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้ลงชื่อไว้ท้ายคำร้องทราบคำสั่งของศาลในวันที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถือว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งในวันนั้นแล้ว ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาฎีกาต่อมาพนักงานเดินหมายมีรายงานการเดินหมายว่า บริษัทจำเลยที่ 2 ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจึงปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาล (อันดับ 79,80) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ย้ายสำนักทำการงานไปแล้ว การที่พนักงานเดินหมายยังคงปิดหมายตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้น กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74(2) มาตรา 79 วรรคหนึ่ง จึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาฎีกา คำสั่งและหมายนัดแก่จำเลยที่ 2 ณ สำนักงานปัจจุบัน หรือที่ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 2 ตามที่ปรากฏท้ายคำร้องฉบับ ลงวันที่ 10 เมษายน 2538

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้