Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55636)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยทั้งสามเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษ จึงเป็นฎีกา ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสามเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็น บทหนักนั้นไม่ถูกต้อง เพราะบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับไม่ถึง กับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำเลยทั้งสาม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น เมื่อ โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษมาในฟ้อง จึงลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก มาตรา 296 การกระทำของ จำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม มาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 เดือน ไม่ปรากฏ ว่าจำเลยทั้งสามได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุก เป็นโทษกักขังมีกำหนด 3 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 49) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่ง คดีนี้จำเลยฎีกาว่า บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับยังไม่ถึง บาดเจ็บ เป็นเพียงความผิดลหุโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 จึงไม่ชอบ และขอให้รอการลงโทษ เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจและข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วเพื่อจะ นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องการปรับบท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 924/2538พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายแดง ดีรักชาติ กับพวกจำเลยนายแดง ดีรักชาติ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายณรงค์ รุ่งเรือง ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาย ดีรักชาติ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219 ตรีความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยทั้งสามเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษ จึงเป็นฎีกา ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสามเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็น บทหนักนั้นไม่ถูกต้อง เพราะบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับไม่ถึง กับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำเลยทั้งสาม มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น เมื่อ โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษมาในฟ้อง จึงลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก มาตรา 296 การกระทำของ จำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม มาตรา 140 วรรคแรก ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 เดือน ไม่ปรากฏ ว่าจำเลยทั้งสามได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุก เป็นโทษกักขังมีกำหนด 3 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 49) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่ง คดีนี้จำเลยฎีกาว่า บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับยังไม่ถึง บาดเจ็บ เป็นเพียงความผิดลหุโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 จึงไม่ชอบ และขอให้รอการลงโทษ เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจและข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วเพื่อจะ นำไปสู่ข้อกฎหมายเรื่องการปรับบท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้