Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55627)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับ โจทก์ทั้งสามเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอ ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์ทั้งสามเพราะคดีโจทก์ไม่มีมูล ที่จะชนะคดีนั้น เป็นคำสั่งในปัญหาข้อกฎหมายเมื่อศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนในข้อนี้คดีโจทก์จึงยังไม่ถึงที่สุด เพราะ คำสั่งยืนของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ถึงที่สุดนั้น ต้องเป็นคำสั่งยืน ในข้อที่ว่ายากจนหรือไม่เท่านั้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของ โจทก์ทั้งสามด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง กรณีเป็นชั้นขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่จดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนที่ตกเป็นโมฆะ และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ทั้งสามเป็นคดีมีทุนทรัพย์และมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสามชำระค่าขึ้นศาล ตามราคาที่ดินพิพาท โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูล ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ให้โจทก์ทั้งสามนำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน 15 วัน หากประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป พ้นกำหนดไม่ชำระศาลจะพิจารณาสั่งเกี่ยวกับการรับฟ้องใหม่ต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน หากโจทก์ทั้งสาม ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดนับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 2 แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งดำเนินกระบวนพิจารณา ต่อไปตามรูปคดี โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 90) โจทก์ทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การที่คู่ความอ้างว่าเป็นคนยากจนไม่สามารถ เสียค่าธรรมเนียมศาลได้นั้น ถ้าผู้ขอเป็นโจทก์ ผู้ขอจะต้อง แสดงให้เป็นที่พอใจศาลด้วยว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลเพียงพอไม่อนุญาต ให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 856/2538นายประดิษฐ์ หงษ์อ่อน กับพวกโจทก์กรมที่ดิน กับพวกจำเลยนายประดิษฐ์ หงษ์อ่อน ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมศักดิ์ หงษ์อ่อน ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายโกมล หงษ์อ่อน ที่ 3 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับ โจทก์ทั้งสามเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอ ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์ทั้งสามเพราะคดีโจทก์ไม่มีมูล ที่จะชนะคดีนั้น เป็นคำสั่งในปัญหาข้อกฎหมายเมื่อศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนในข้อนี้คดีโจทก์จึงยังไม่ถึงที่สุด เพราะ คำสั่งยืนของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ถึงที่สุดนั้น ต้องเป็นคำสั่งยืน ในข้อที่ว่ายากจนหรือไม่เท่านั้น โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของ โจทก์ทั้งสามด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง กรณีเป็นชั้นขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่จดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนที่ตกเป็นโมฆะ และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ทั้งสามเป็นคดีมีทุนทรัพย์และมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสามชำระค่าขึ้นศาล ตามราคาที่ดินพิพาท โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูล ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ให้โจทก์ทั้งสามนำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน 15 วัน หากประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป พ้นกำหนดไม่ชำระศาลจะพิจารณาสั่งเกี่ยวกับการรับฟ้องใหม่ต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน หากโจทก์ทั้งสาม ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดนับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 2 แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งดำเนินกระบวนพิจารณา ต่อไปตามรูปคดี โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 90) โจทก์ทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การที่คู่ความอ้างว่าเป็นคนยากจนไม่สามารถ เสียค่าธรรมเนียมศาลได้นั้น ถ้าผู้ขอเป็นโจทก์ ผู้ขอจะต้อง แสดงให้เป็นที่พอใจศาลด้วยว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลเพียงพอไม่อนุญาต ให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้