Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55625)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและทุนทรัพย์ในฎีกาโจทก์ ต้องห้าม มิให้ ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ ประเด็นข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของโจทก์ โดยโจทก์ยินยอมและ ถูกต้องหรือไม่ โดยจำเลยนำพยานเอกสารหมาย ล.4 เป็นเอกสาร ภาษาต่างประเทศ ซึ่งจำเลยมิได้ทำคำแปลเอกสารดังกล่าวมาสืบ ประกอบแต่อย่างใด จึงเป็นการนำสืบพยานหลักฐานที่ฝ่าฝืนกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 และการหักเงินของโจทก์เป็น การฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672 ฎีกา ของโจทก์จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ โดยไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนเงิน 72,031 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 113 แผ่นที่ 3) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 115 แผ่นที่ 3)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่า ฎีกาโจทก์ ที่ว่าจำเลยนำสืบพยานเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศโดยมิได้ ทำคำแปลประกอบเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าว เป็นการยกข้ออ้างว่าจำเลยดำเนินการนำส่งเอกสารต่อศาลโดยมิได้ เป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ซึ่งโจทก์ ในฐานะเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นคัดค้านได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่ไม่ปรากฎว่า โจทก์ได้ดำเนินการคัดค้านดังกล่าวในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น ดังนี้แม้โจทก์จะได้ยกข้อคัดค้านดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวใน ชั้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้รับวินิจฉัยให้แล้ว และปัญหาดังกล่าว แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม ก็ยังคงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ส่วนปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยหักเงินฝากของโจทก์ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672นั้น เป็นการอ้างปัญหาข้อกฎหมายซึ่งอาศัยการรับฟังข้อเท็จจริง แห่งคดีว่าโจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยหักเงินจากบัญชีเงินฝาก หรือไม่ จึงเป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ยกอุทธรณ์คำสั่ง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 829/2538นางบุญศิริ ภิรมย์นามโจทก์ธนาคารซิตี้แบงก์.เอ็น.เอ. จำกัดจำเลยนายเกียรติกุล ช่วยนุ่ม ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 46, ม. 27, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นการ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและทุนทรัพย์ในฎีกาโจทก์ ต้องห้าม มิให้ ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ ประเด็นข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ของโจทก์ โดยโจทก์ยินยอมและ ถูกต้องหรือไม่ โดยจำเลยนำพยานเอกสารหมาย ล.4 เป็นเอกสาร ภาษาต่างประเทศ ซึ่งจำเลยมิได้ทำคำแปลเอกสารดังกล่าวมาสืบ ประกอบแต่อย่างใด จึงเป็นการนำสืบพยานหลักฐานที่ฝ่าฝืนกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 และการหักเงินของโจทก์เป็น การฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672 ฎีกา ของโจทก์จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ โดยไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนเงิน 72,031 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 113 แผ่นที่ 3) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 115 แผ่นที่ 3)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่า ฎีกาโจทก์ ที่ว่าจำเลยนำสืบพยานเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศโดยมิได้ ทำคำแปลประกอบเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าว เป็นการยกข้ออ้างว่าจำเลยดำเนินการนำส่งเอกสารต่อศาลโดยมิได้ เป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ซึ่งโจทก์ ในฐานะเป็นคู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นคัดค้านได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่ไม่ปรากฎว่า โจทก์ได้ดำเนินการคัดค้านดังกล่าวในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น ดังนี้แม้โจทก์จะได้ยกข้อคัดค้านดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวใน ชั้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้รับวินิจฉัยให้แล้ว และปัญหาดังกล่าว

แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม ก็ยังคงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ส่วนปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยหักเงินฝากของโจทก์ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672นั้น เป็นการอ้างปัญหาข้อกฎหมายซึ่งอาศัยการรับฟังข้อเท็จจริง แห่งคดีว่าโจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยหักเงินจากบัญชีเงินฝาก หรือไม่ จึงเป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ยกอุทธรณ์คำสั่ง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย วิมลเศรษฐ · จิระ บุญพจนสุนทร · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้