Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55618)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษา ให้โจทก์รับเงินจำนวน 570,879.58 บาท ของจำเลยตามที่โจทก์ บังคับคดีเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ในความครอบครอง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กองล้มละลาย 1 กรมบังคับคดี ในคดีของศาลแพ่ง ความล้มละลาย หมายเลขคดีแดงที่ ล.406/2533 ถ้าหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการคืนเงินจำนวนดังกล่าว ให้แก่จำเลยที่ 1 ในขณะนี้แล้ว หากศาลฎีกาได้พิพากษากลับ ให้โจทก์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวได้แล้ว โจทก์จะไม่สามารถ บังคับคดีเอากับจำเลยได้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย ของโจทก์ โปรดมีคำสั่งห้ามมิให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คืนเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 จนกว่าศาลฎีกาจะได้มี คำพิพากษาเสร็จแล้ว โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกชื่อคู่ความตามลำดับในสำนวนหลังและพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2525จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน776,342.46 บาท และให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 92888 ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร โจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและ ค่าฤชาธรรมเนียม ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 มีเงินเหลือจาก การบังคับคดีในคดีอื่นจำนวน 570,879.58 บาท ซึ่งเงินดังกล่าว ศาลได้มีคำสั่งให้อายัดไว้ชั่วคราวโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาได้เคยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ บังคับคดีเพื่อนำเงินดังกล่าวมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ให้แก่โจทก์ แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวน 570,879.58 บาท เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2533 และพิพากษาให้ล้มละลายวันที่ 10 กรกฎาคม 2534 ตามสำเนาคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.406/2533 ของศาลชั้นต้น โจทก์ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้นหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในอันที่จะแบ่งทรัพย์สิน ของลูกหนี้ในคดีล้มละลายให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ได้ หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งเงินให้ตามหมายอายัดชั่วคราว ของศาลย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่อาจส่งเงินจำนวน 570,779.58 บาท ตามหมายอายัดชั่วคราว ให้ศาลได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอรับเงินของโจทก์ และให้เพิกถอนหมายอายัดชั่วคราว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ชั้นอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายหมายเลขแดง ที่ ล.406/2533 ของศาลชั้นต้น รอการจ่ายเงินที่เหลือจากที่ ชำระให้แก่เจ้าหนี้แล้วให้แก่ลูกหนี้ (จำเลย) ไว้ก่อน จนกว่า ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาคดีนี้ (อันดับ 24)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรสั่งห้ามมิให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คืนเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิจะได้รับ ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 406/2533 ของศาลชั้นต้นในระหว่างฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 803 - 804/2538นางจินตนา วงศ์ลือเกียรติโจทก์นายปิยะชัยหรือเนตร ว่องศรีหรือธรรมประทานกุล ฯลฯจำเลยนางจินตนา วงศ์ลือเกียรติ โจทก์ที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า โจทก์ที่ 1 ฎีกา เพื่อขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษา ให้โจทก์รับเงินจำนวน 570,879.58 บาท ของจำเลยตามที่โจทก์ บังคับคดีเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ในความครอบครอง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กองล้มละลาย 1 กรมบังคับคดี ในคดีของศาลแพ่ง ความล้มละลาย หมายเลขคดีแดงที่ ล.406/2533 ถ้าหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการคืนเงินจำนวนดังกล่าว ให้แก่จำเลยที่ 1 ในขณะนี้แล้ว หากศาลฎีกาได้พิพากษากลับ ให้โจทก์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวได้แล้ว

โจทก์จะไม่สามารถ บังคับคดีเอากับจำเลยได้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย ของโจทก์ โปรดมีคำสั่งห้ามมิให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ คืนเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 จนกว่าศาลฎีกาจะได้มี คำพิพากษาเสร็จแล้ว โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกชื่อคู่ความตามลำดับในสำนวนหลังและพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2525จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน776,342.46 บาท และให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 92888 ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร โจทก์ยื่นคำร้องว่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและ ค่าฤชาธรรมเนียม ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 มีเงินเหลือจาก การบังคับคดีในคดีอื่นจำนวน 570,879.58 บาท ซึ่งเงินดังกล่าว ศาลได้มีคำสั่งให้อายัดไว้ชั่วคราวโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาได้เคยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ บังคับคดีเพื่อนำเงินดังกล่าวมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ให้แก่โจทก์ แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการให้ ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวน 570,879.58 บาท เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2533 และพิพากษาให้ล้มละลายวันที่ 10 กรกฎาคม 2534 ตามสำเนาคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่

ล.406/2533 ของศาลชั้นต้น โจทก์ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้นหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในอันที่จะแบ่งทรัพย์สิน ของลูกหนี้ในคดีล้มละลายให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ได้ หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งเงินให้ตามหมายอายัดชั่วคราว ของศาลย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่อาจส่งเงินจำนวน 570,779.58 บาท ตามหมายอายัดชั่วคราว ให้ศาลได้ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอรับเงินของโจทก์ และให้เพิกถอนหมายอายัดชั่วคราว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ชั้นอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายหมายเลขแดง ที่ ล.406/2533 ของศาลชั้นต้น รอการจ่ายเงินที่เหลือจากที่ ชำระให้แก่เจ้าหนี้แล้วให้แก่ลูกหนี้ (จำเลย) ไว้ก่อน จนกว่า ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาคดีนี้ (อันดับ 24)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรสั่งห้ามมิให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คืนเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิจะได้รับ ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 406/2533 ของศาลชั้นต้นในระหว่างฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้