Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55602)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า มิใช่ปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกและไม่มีคำอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับนี้ จำเลยเห็นว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาลักกระเป๋าของผู้เสียหาย เพราะมีเจตนาบริสุทธิ์จะนำไปสู่เจ้าของเดิม และจำเลย ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีมาตลอด มีอาชีพสุจริตและครอบครัว ที่ต้องเลี้ยงดู ประกอบกับไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีอาญามาก่อน ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(9) วรรคสาม จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี พิเคราะห์รายงาน การสืบเสาะแล้วไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ฎีกา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 34,33 แผ่นที่ 3,42) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47 แผ่นที่ 3)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยอ้างเพียงว่า พยายามให้ศาลรับฎีกา ของจำเลยตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว และตามพฤติการณ์ และข้อเท็จจริงมีเหตุผลจะให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา เห็นว่า คำร้องของ จำเลยมิได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำสั่ง ศาลชั้นต้น ว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด หรือฎีกาของจำเลย ดังกล่าวไม่ต้องห้ามตามกฎหมายอันควรที่ศาลจะรับไว้พิจารณาจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 695/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายสิทธิชัย เสนาขันธ์จำเลยนายสิทธิชัย เสนาขันธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า มิใช่ปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกและไม่มีคำอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับนี้ จำเลยเห็นว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาลักกระเป๋าของผู้เสียหาย เพราะมีเจตนาบริสุทธิ์จะนำไปสู่เจ้าของเดิม และจำเลย ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีมาตลอด มีอาชีพสุจริตและครอบครัว ที่ต้องเลี้ยงดู ประกอบกับไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีอาญามาก่อน ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(9) วรรคสาม จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี พิเคราะห์รายงาน การสืบเสาะแล้วไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ฎีกา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 34,33 แผ่นที่ 3,42) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47 แผ่นที่ 3)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยอ้างเพียงว่า พยายามให้ศาลรับฎีกา ของจำเลยตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว และตามพฤติการณ์ และข้อเท็จจริงมีเหตุผลจะให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา เห็นว่า คำร้องของ จำเลยมิได้โต้แย้งหรือคัดค้านคำสั่ง ศาลชั้นต้น ว่าคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด หรือฎีกาของจำเลย ดังกล่าวไม่ต้องห้ามตามกฎหมายอันควรที่ศาลจะรับไว้พิจารณาจึงไม่รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้