Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 55583)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ทางนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏว่าวันเริ่มทำละเมิดที่โจทก์ใช้เป็นฐานในการคิดดอกเบี้ย จนถึงวันฟ้องเป็นวันและเดือนปีใดไม่อาจพิพากษาให้จำเลย ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด โจทก์อุทธรณ์ว่าได้นำสืบถึงวัน ทำละเมิดแล้ว จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังมา ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม บทกฎหมายมาตราดังกล่าวจึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย โดยมิได้ฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วันเริ่มและสิ้นสุดการทำละเมิดของจำเลยคือ ระหว่างวันที่ 9 กรกฏา คม 2530 ถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2531 เป็นการไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 และฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เริ่มคิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป คลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 221,224 เพราะมิได้เริ่มคำนวณคิดดอกเบี้ย นับแต่เวลาจำเลยทำละเมิดนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 108,710 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 77) โจทก์ จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยมิได้ฟังข้อเท็จจริง ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วันเริ่มและสิ้นสุดการทำละเมิดของจำเลยคือระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 ถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2531เป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 และฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เริ่มคิดดอกเบี้ยนับแต่ วันฟ้องเป็นต้นไปคลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะมิได้เริ่มคิดคำนวณดอกเบี้ยนับแต่เวลาจำเลยทำละเมิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 603/2538องค์การบริหารส่วนจังหวัดอยุธยาโจทก์บริษัทสหกาญจน์ก่อสร้างและบริการ จำกัดจำเลยร้อยตำรวจเอกโชคชัย สิทธิผลกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 238, ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ทางนำสืบของโจทก์ ไม่ปรากฏว่าวันเริ่มทำละเมิดที่โจทก์ใช้เป็นฐานในการคิดดอกเบี้ย จนถึงวันฟ้องเป็นวันและเดือนปีใดไม่อาจพิพากษาให้จำเลย ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด โจทก์อุทธรณ์ว่าได้นำสืบถึงวัน ทำละเมิดแล้ว จึงเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังมา ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม บทกฎหมายมาตราดังกล่าวจึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย โดยมิได้ฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วันเริ่มและสิ้นสุดการทำละเมิดของจำเลยคือ

ระหว่างวันที่ 9 กรกฏา คม 2530 ถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2531 เป็นการไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 และฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เริ่มคิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป คลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 221,224 เพราะมิได้เริ่มคำนวณคิดดอกเบี้ย นับแต่เวลาจำเลยทำละเมิดนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 108,710 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 77) โจทก์ จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 78)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยมิได้ฟังข้อเท็จจริง ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า วันเริ่มและสิ้นสุดการทำละเมิดของจำเลยคือระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 ถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2531เป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 และฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เริ่มคิดดอกเบี้ยนับแต่ วันฟ้องเป็นต้นไปคลาดเคลื่อนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะมิได้เริ่มคิดคำนวณดอกเบี้ยนับแต่เวลาจำเลยทำละเมิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้