คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อแรกของโจทก์ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยเพื่อแก้อุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปจำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้วโจทก์เห็นว่า คำแก้อุทธรณ์ของจำเลยขาดอายุความแก้อุทธรณ์แล้ว คำแก้อุทธรณ์ของจำเลยและคำคัดค้านคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ก็มีข้อความเป็นทำนองเดียวกันไม่มีประเด็นใดที่เป็นสาระสำคัญพอที่ศาลฎีกาจะรับฟังได้อีกโจทก์จึงขอคัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งรับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน 210,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันแรกที่โจทก์พึงจะได้รับเงินเดือนจากจำเลย จนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อแรกของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 2.1 เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้สำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยเพื่อแก้อุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า รับเป็นคำแก้อุทธรณ์ สำเนาอีกฝ่าย(อันดับ 37, 38, 59 และ 64)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า รวมส่งศาลฎีกา (อันดับ 67)คำสั่งวันที่ 22 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2538การตรวจรับคำแก้อุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลแรงงานกลางเมื่อศาลแรงงานกลางสั่งรับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยแล้วโจทก์จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งรับคำแก้อุทธรณ์หาได้ไม่ ให้ยกคำร้อง