Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ใบขนสินค้าขาเข้าที่จำเลยยื่นต่อเจ้าพนักงานระบุว่าเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน 50 โหล แต่ความจริงกลับเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ่ายล้วนเพียง 26 โหล อีก 24 โหล เป็นร่มทำด้วยแพรเทียม ถือว่าใบขนสินค้านี้เป็นเท็จ ถ้าเจ้าพนักงานหลงเชื่อก็จะทำให้ขาดค่าภาษีไป 2,016 บาท เพราะร่วมทำด้วยแพรเทียมต้องเสียภาษีสูงกว่าร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร จำเลยจะอ้างว่าจำเลยมิได้ประมาทเลินเล่อหรือเป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจผิด ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 + บัญญัติไว้ชัดแจ้งให้ถือว่าการกระทำดังที่ระบุไว้ในมาตรา 27 และ 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้น เป็นความผิดแม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาหรือทำโดยประมาทเลินเล่อ ในกรณีเช่นนี้ ร่มที่ทำด้วยแพรเทียม 24 โหล ของกลางเป็นของที่ส่งมาให้จำเลยโดยผิดกฎหมายจำเลยจะขอรับคืนหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสำแดงรายการสินค้าเท็จ หลีกเลี่ยงเงินอากรขาเข้าให้น้อย จำเลยทั้งสองปฏิเสธและว่ามูลเหตุที่ต้องถูกฟ้องเนื่องมาจากความเข้าใจผิด ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการบริษัทวีแสงพาณิชย์จำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นชิปปิ้ง เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ จำเลยที่ ๑ ได้สั่ง่ซื้อสินค้าจากร้านขายส่งยี่ห้ออยู่ไทเซียงฮองที่ฮ่องกงหลายอย่างรวมทั้งร่มด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับใบอินวอยซ์แสดงรายการสินค้าและราคากับบิลออฟเลดดิ้งแล้ว ได้มอบเอกสารดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ไปรับของที่กรมศุลกากร โดยได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ไว้แล้วจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมกับใบอินวอยซ์ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อตรวจสินค้าและชำระอากรในใบขนสินค้าได้แสดงรายการร่วมว่าเป็นร่มผ้าทำด้วยฝ้ายล้วน ๕๐ โหล

เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจแล้วปรากฎว่ามีร่มผ้าทำด้วยผ้าฝ่ายล้วน ๒๖ โหล และร่มทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล ไม่ตรงตามใบขนสินค้า ร่มผ้าเสียอากรคันละ ๓ บาท ร่มแพรเทียมเสียอากรคันละ ๑๐ บาท ทำให้ขาดค่าอากรไป ๒,๐๑๖ บาท เจ้าหน้าที่จึงยึดร่มทั้งหมด และส่งเรื่องให้อธิบดีกรมศุลกากรเปรียบเทียบ แต่จำเลยไม่ยอม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง รวมปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงิน ๕๙,๙๔๔ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ถ้าจะกัดขังแทนค่าปรับให้กักขังคนละ ๖ เดือน ให้ริบร่มแพรเทียมของกลางตามพระราช่บัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๗ กับให้จ่ายรางวัลร้อยละ ๒๐ ของราคาของกลางแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามมาตรา ๗ และ ๘ วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจะเป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ วรรค ๙๙ ผู้กระทำผิดตามมาตราทั้งสองนี้จะต้องกระทำโดยเจตนา แต่พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖ บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งให้ถือว่าการกระทำดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ และ ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ นั้นเป็นความผิด แม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ ใบขนสินค้าที่จำเลยยื่นต่อเจ้าพนักงานระบุว่าเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ้ายล้วน ๕๐ โหล ความจริงเป็นร่มทำด้วยผ้าฝ่ายล้วน ๒๖ โหล และร่วมทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล จึงถือได้ว่าใบขนสินค้านี้เป็นเท็จ

ถ้าเจ้าพนักงานหลงเชื่อก็จะทำให้ขาดค่าภาษีไป ๒,๐๑๖ บาท เพราะร่วมทำด้วยแพรเทียมต้องเสียภาษีสูงกว่าร่วมทำด้วยผ้าฝ้ายล้วนเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่ใช่เป็นการกระทำของจำเลยก็ดี จำเลยมิได้ประมาทเลินเล่อก็ดี หรือเป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจผิดก็ดีเป็นข้ออ้างที่รับฟังไม่ได้ทั้งสิ้น ส่วนร่มทำด้วยแพรเทียม ๒๔ โหล ของกลางนั้น ก็เป็นของที่ส่งมาให้จำเลยโดยผิดกฎหมาย จำเลยขอรับคืนไปหาได้ไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท สุมาวงศ์ · ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเนิ่น กฤษณะเศรณี
ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ, หลวงพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้