Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประกาศของจำเลยมีข้อความให้ประชาชนผู้มีชื่อระบุเป็นผู้รับเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทง. ที่มีความประสงค์จะขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินไปติดต่อขอความยินยอมให้เปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อจำเลยตามวันเวลาและสถานที่ที่ระบุในประกาศเป็นหนังสือเชิญชวนให้ผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทง.ทำคำเสนอขอแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินจากจำเลยโดยจำเลยสงวนสิทธิที่จะไม่รับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใดๆก็ได้เมื่อโจทก์มีหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินถึงจำเลยจึงเป็นคำเสนอของโจทก์ที่มีต่อจำเลยแล้วการที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติให้จำเลยรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ได้และขอให้โจทก์นำเอกสารต่างๆพร้อมด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินตามที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินไปติดต่อจำเลยเพื่อดำเนินการเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินมาเป็นของจำเลยนั้นถือว่าเป็นคำสนองของจำเลยที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์โดยไม่มีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องส่งตั๋วสัญญาใช้เงินไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาอีกครั่งหนึ่งก่อนดังนั้นสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยได้เกิดขึ้นและมีผลผูกพันกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วแม้ต่อมาจำเลยจะอ้างว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้จำเลยรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์แต่ก็ไม่อาจลบล้างสิทธิของโจทก์ที่ได้เกิดมีขึ้นแล้วแต่อย่างใดจำเลยจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิในภายหลังตามอำเภอใจได้ สำหรับประกาศของจำเลยที่มีข้อความในข้อ2ว่าบริษัทง.สงวนสิทธิที่จะไม่รับเปลี่ยนตัวสัญญาใช้เงินฉบับใดๆก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องแสดงเหตุผล"ข้อความตามประกาศดังกล่าวเป็นเพียงให้สิทธิจำเลยในการพิจารณารับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นกรณีๆไปและในการพิจารณาจำเลยอาจยกข้อต่อสู้เช่นได้มีการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นแล้วหรือตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นไม่มีมูลหนี้ตามกฎหมายขึ้นต่อสู้โจทก์หรือประชาชนผู้แสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวได้แต่จำเลยจะต้องยกขึ้นต่อสู้ก่อนที่จะมีการแสดงเจตนาสนองรับไปยังโจทก์มิใช่ว่าจำเลยจะสามารถมีสิทธิปฏิเสธหรือยกเลิกการรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินในภายหลังได้เสนอแม้จำเลยจะอ้างว่าต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้จำเลยรับเปลี่ยนตัวสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์แต่ก็ไม่อาจลบล้างสิทธิของโจทก์ที่ได้เกิดมีขึ้นแล้วได้ประกาศของจำเลยข้อ2นี้จึงหาอาจทำให้จำเลยสามารถเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของโจทก์ในภายหลังได้แต่อย่างใด ตามประกาศของจำเลยข้อ3มีใจความว่าตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยรับเปลี่ยนให้มีหลักการดังนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้และไม่มีดอกเบี้ยกับจะจ่ายเงินเท่ากับจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่รับเปลี่ยนโดยทยอยจ่ายเงินคืนทุกปีภายในระยะเวลาไม่เกิน10ปีจะชำระคืนแต่ละงวดเท่ากับร้อยละ10ของจำนวนเงินตามหน้าตั๋วสัญญาใช้เงินจนกว่าจะครบจำนวนดังนี้การที่โจทก์แสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อจำเลยตามประกาศดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ย่อมต้องผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆตามประกาศดังกล่าวดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปลี่ยนตัวสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้โดยมีจำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับละ500,000บาทปีละ4ฉบับมีกำหนดเวลา10ปีโดยไม่มีดอกเบี้ยสำหรับวันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน4ฉบับแรกจะเริ่มต้นนับตั้งแต่เมื่อใดนั้นเมื่อปรากฏว่าจำเลยมีหนังสือลงวันที่10มิถุนายน2530แจ้งไปยังโจทก์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติให้จำเลยรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์ได้และให้โจทก์นำเอกสารต่างๆไปติดต่อจำเลยเพื่อดำเนินการเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินมาเป็นของจำเลยโจทก์เพิ่งจะส่งเอกสารต่างๆไปให้จำเลยตามหนังสือลงวันที่24กุมภาพันธ์2532จำเลยได้รับเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่28กุมภาพันธ์2532จำเลยจึงต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้4ฉบับแรกฉบับละ500,000บาทโดยไม่มีดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่1มีนาคม2532เป็นต้นไปและทุกวันที่1มีนาคมของปีถัดไปจนกว่าจะครบกำหนด10ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่00383621 ถึง 0038324 จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุนจำกัด มาเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของจำเลยออกให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุนจำกัด ให้จำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวข้างต้นจำนวน 20,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้ออกประกาศตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยสงวนสิทธิที่จะไม่รับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใด ๆ ก็ได้ ซึ่งโจทก์ก็ทราบเงื่อนไขดังกล่าว จำเลยไม่เคยแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการของบริษัท

ธนาคารพาณิชย์ผู้ถือหุ้นและธนาคารแห่งประเทศไทยให้รับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้ดังที่โจทก์อ้าง จำเลยเพียงแต่แจ้งให้โจทก์นำเอกสารไปติดต่อ ณ ที่ทำการของจำเลยเพื่อจำเลยจะได้ดำเนินการพิจารณาว่าจะเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้หรือไม่เท่านั้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ แต่ชอบที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากกองทรัพย์สินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุนจำกัดลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุนจำกัด เป็นผู้ออกตั๋วตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย

จ.5 ถึง จ.8เมื่อประมาณปี 2526 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัดประสบปัญหาในด้านการเงินไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้จำเลยรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บุคคลผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด จำเลยตกลงยอมรับและได้ออกประกาศตามเอกสารหมาย จ.9 แจ้งให้ผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินติดต่อขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินภายในวันที่10 พฤศจิกายน 2526 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2526 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ. 8 ได้ยื่นเรื่องต่อจำเลย โดยทำหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วตามเอกสารหมาย จ.10 หลังจากนั้นจำเลยได้มีหนังสือตามเอกสารหมายจ.15 แจ้งให้โจทก์นำเอกสารไปติดต่อกับจำเลย

ต่อมาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2528 โจทก์นำหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 4 ฉบับ ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้รวมกับหนี้จำนวนอื่น ๆ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ปี 2533 จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งขอยกเลิกการขออนุญาตให้โจทก์เปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.18คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องรับผิดในหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.8ต่อโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยประกาศรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย

จ.9 และโจทก์ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาททั้ง 4 ฉบับ มาขอเปลี่ยนตั๋วต่อจำเลยตามเอกสารหมาย จ.10หลังจากนั้นจำเลยยังได้มีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.15 แจ้งให้โจทก์นำเอกสารไปติดต่อกับจำเลย จำเลยจึงต้องผูกพันตามประกาศที่ให้ไว้นั้น เห็นว่าตามประกาศของจำเลยเอกสารหมาย จ.9มีข้อความให้ประชาชนผู้มีชื่อระบุเป็นผู้รับเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ที่มีความประสงค์จะขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินไปติดต่อขอความยินยอมให้เปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อจำเลยตามวันเวลาและสถานที่ที่ระบุในประกาศ เป็นหนังสือเชิญชวนให้ผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ทำคำเสนอขอแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินจากจำเลยโดยจำเลยสงวนสิทธิที่จะไม่รับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใด

ๆ ก็ได้ เมื่อโจทก์มีหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.10ถึงจำเลยจึงเป็นคำเสนอของโจทก์ที่มีต่อจำเลยแล้ว การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุมัติให้จำเลยรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ได้ และขอให้โจทก์นำเอกสารต่าง ๆ พร้อมด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินตามที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินไปติดต่อจำเลยเพื่อดำเนินการเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินมาเป็นของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.15 นั้นถือว่าเป็นคำสนองของจำเลยที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์โดยไม่มีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องส่งตั๋วสัญญาใช้เงินไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อน

ดังนั้น สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยได้เกิดขึ้นและมีผลผูกพันกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แม้ต่อมาจำเลยจะอ้างว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้จำเลยรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์แต่ก็ไม่อาจลบล้างสิทธิของโจทก์ที่ได้เกิดมีขึ้นแล้วแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิในภายหลังตามอำเภอใจได้ สำหรับประกาศของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.9 ที่มีข้อความในข้อ 2 ว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สหธนกิจไทย จำกัด สงวนสิทธิที่จะไม่รับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใด ๆ ก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องแสดงเหตุผล" ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้

จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยมีสิทธิและอำนาจอย่างเต็มที่ที่จะไม่รับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์หรือบุคคลใด ๆ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ได้โดยไม่จำต้องมีเหตุผลนั้นเห็นว่า ข้อความตามประกาศดังกล่าวเป็นเพียงให้สิทธิจำเลยในการพิจารณารับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นกรณี ๆ ไป และในการพิจารณาจำเลยอาจยกข้อต่อสู้ เช่น ได้มีการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นแล้ว หรือตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นไม่มีมูลหนี้ตามกฎหมายขึ้นต่อสู้โจทก์หรือประชาชนผู้แสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวได้แต่จำเลยจะต้องยกขึ้นต่อสู่ก่อนที่จะมีการแสดงเจตนาสนองรับไปยังโจทก์ มิใช่ว่าจำเลยจะสามารถมีสิทธิปฏิเสธหรือยกเลิกการรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินในภายหลังได้เสมอ

แม้จำเลยจะอ้างว่าต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุมัติให้จำเลยรับเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ แต่ก็ไม่อาจลบล้างสิทธิของโจทก์ที่ได้เกิดมีขึ้นแล้วได้ ประกาศของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.9ข้อ 2 จึงหาอาจทำให้จำเลยสามารถเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของโจทก์ในภายหลังได้แต่อย่างใดคดีมีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินตั้งแต่เพียงเมื่อใด และโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวนี้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยอีก เห็นว่า ตามประกาศของจำเลยเอกสารหมาย จ.9 ข้อ 3 มีใจความว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยรับเปลี่ยนให้มีหลักการดังนี้ เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้และไม่มีดอกเบี้ยกับจะจ่ายเงินเท่ากับจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่รับเปลี่ยนโดยทยอยจ่ายเงินคืนทุกปี

ภายในระยะเวลาไม่เกิน10 ปี จะชำระคืนแต่ละงวดเท่ากับร้อยละ 10 ของจำนวนเงินตามหน้าตั๋วสัญญาใช้เงิน จนกว่าจะครบจำนวน ดังนี้ การที่โจทก์แสดงเจตนาขอเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินต่อจำเลยตามประกาศดังกล่าว แสดงว่าโจทก์ย่อมต้องผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆตามประกาศดังกล่าว ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้โดยมีจำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับละ 500,000 บาท ปีละ 4 ฉบับ มีกำหนดเวลา 10 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย สำหรับวันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน4 ฉบับแรกจะเริ่มต้นนับตั้งแต่เมื่อใดนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 10 มิถุนายน 2530 แจ้งไปยังโจทก์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย

อนุมัติให้จำเลยรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์ได้ และให้โจทก์นำเอกสารต่าง ๆ ไปติดต่อจำเลยเพื่อดำเนินการเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินมาเป็นของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.10 โจทก์เพิ่งจะส่งเอกสารต่าง ๆไปให้จำเลยตามหนังสือลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2532 เอกสารหมายจ.15 จำเลยได้รับเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2532ตามเอกสารหมาย จ.16 จำเลยจึงต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้ 4 ฉบับแรก 500,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2532 เป็นต้นไป และทุกวันที่ 1 มีนาคมของปีถัดไปจนกว่าจะครบกำหนด 10 ปี แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่า หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทรวม 4 ฉบับ ในคดีนี้โจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน

จำกัด ลูกหนี้(จำเลย) ในคดีล้มละลาย ที่ ล.395/2528 ของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้ว ซึ่งหากโจทก์ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายดังกล่าวเพียงใดก็จะต้องนำมาหักกับยอดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้พิพากษากลับว่า ให้จำเลยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่0038321, 0038322, 0038323 และ 0038324 จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด เป็นผู้ออกตั๋วมาเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินโดยมีจำเลยเป็นผู้ออกตั๋วฉบับละ 500,000 บาทปีละ 4 ฉบับ มีกำหนด 10 ปี โดยเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่เปลี่ยนมือไม่ได้และไม่มีดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2532 เป็นต้นไปและทุกวันที่ 1 มีนาคม ของปีถัดไปจนกว่าจะครบกำหนด 10 ปีหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน20,000,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยมีเงื่อนไขว่าหากโจทก์ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ดัฒนาเงินทุน จำกัด ในคดีล้มละลายที่ ล.695/2528 ของศาลชั้นต้นเพียงใดก็ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีนี้น้อยลงเพียงนั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากร อัชกุล · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้