Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ อันจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้น อาจขู่ตรงๆ ก็ได้หรือใช้ถ้อยคำทำกิริยา หรือทำประการใด อันเป็นการแสดงให้ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจได้ว่าจะได้รับภัยจากการกระทำของผู้ขู่เข็ญก็ได้ จำเลยกับพวกอีก 3 คนซึ่งไม่ปรากฏว่าเป็นคนที่คุ้นเคยรักชอบพอกับผู้เสียหายพอที่จะขอเงินกันได้ มาเตะรั้วสังกะสีและระเบียงเรือนของผู้เสียหาย ผู้เสียหายออกมาดู จำเลยขอเงิน12 บาท ผู้เสียหายว่าไม่มี จำเลยกับพวกช่วยกันเตะรั้วและระเบียงเรือนจนสังกะสีรั้วหลุดออก 3 แผ่น และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอันถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้เสียหายกลัวรั้วจะพังและกลัวจะถูกทำร้าย จึงต้องยอมให้เงินแก่จำเลยไป10 บาท จำเลยรับเงินแล้งยังพูดขู่เข็ญอีกว่า'ทีหลังถ้ากูมาอยากได้อะไร ให้ตามใจกูนะ' ซึ่งเข้าใจได้ว่าถ้าไม่ให้จะต้องถูกทำร้ายการกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คนซึ่งยังจับตัวไม่ได้ บังอาจร่วมกันเป็นคนร้ายปล้นเอาเงินสดจำนวน ๑๐ บาทของนายบุญเพ็ง พลธะรัตน์ไปโดยทุจริต ในขณะปล้นทรัพย์ จำเลยได้ขู่เข็ญจะทำร้าย และเตะถีบรั้วบ้านและพนักระเบียงบ้านเจ้าทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายแก่ตัวผู้เสียหาย จึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดต่อเสรีภาพ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรค ๒ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคต้นให้จำคุก ๕ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุจำเลยกับพวกอีก ๓ คนไม่มีอาวุธติดตัว ได้เตะรั้วสังกะสีและระเบียงเรือนผู้เสียหาย ผู้เสียหายออกมาดู จำเลยพูดขอเงิน ๑๒ บาท ผู้เสียหายตอบว่าไม่มี จำเลยกับพวกชวนกันเตะรั้วและระเบียงเรือนจนสังกะสีรั้วหลุดออก ๓ แผ่น และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอัน ผู้เสียหายกลัวรั้วจะพังและกลัวจำเลยกับพวกจะทำร้าย จึงให้เงินจำเลยไป ๑๐ บาท จำเลยรับเงินแล้วพูดว่า "ทีหลังถ้ากูมา อยากได้อะไร ให้ตามใจกูนะ" แล้วจำเลยกับพวกก็พากันไป เห็นว่า องค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ นอกจากลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายแล้ว ถ้ามีการขู่เข็ญว่า ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ก็เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้

การขู่เข็ญอาจขู่ตรง ๆ หรือใช้ถ้อยคำ ทำกิริยา หรือทำประการใดให้เข้าใจได้เช่นนั้น เป็นการแสดงให้ผู้ถูกขู่เข็ญเข้าใจว่าได้รับภัยจากการกระทำของผู้ขู่เข็ญ การใช้กำลังทำร้ายต่อทรัพย์สินไม่ใช่ใช้กำลังประทุษร้ายก็จริง แต่การกระทำเช่นนั้นอาจเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายก็ได้ และการที่จำเลยพูดขอเงินผู้เสียหายผู้เสียหายไม่ให้ จำเลยกับพวกกลับแสดงอาการขู่เข็ญหนักขึ้นโดยเตะรั้วและระเบียงเรือนจดสังกะสีรั้วพัง และไม้ระแนงระเบียงเรือนหลุดหลายอันเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายทำให้ผู้เสียหายมีความกลัวว่าจำเลยกับพวกจะใช้กำลังประทุษร้ายจึงต้องจำยอมให้เงินแก่จำเลย จำเลยได้รับเงินแล้วยังพูดขู่เข็ญอีกว่า"ทีหลังถ้ากูมา

อยากได้อะไรให้ตามใจกูนะ" คำพูดขู่เข็ญของจำเลยดังกล่าว แม้ไม่ใช่ถ้อยคำขู่เข็ญตรง ๆ ก็เข้าใจได้ว่าต่อไปถ้าจำเลยอยากได้อะไรแล้ว ผู้เสียหายต้องให้ ถ้าไม่ให้จะต้องถูกจำเลยทำร้ายคดีนี้ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกจำเลยคุ้นเคยรักชอบกันอย่างไรที่จะขอเงินกันได้โดยสุจริต การกระทำของจำเลยดังกล่าวครบองค์ความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานปล้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัชชัย ภิทักษ์พล
ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้